สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งเน้นการเป็น “นักปั้นหัตถศิลป์ไทย” ผ่านนวัตกรรมและความยั่งยืน (ESG) พร้อมผลักดันงานคราฟต์ไทยให้เป็นกลไกหลักในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสร้างภาพจำใหม่ของประเทศไทยในระดับสากล
ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT เปิดเผยว่า ภารกิจหลักในปีนี้คือการ สืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริม โดยไม่ได้มองงานหัตถศิลป์เป็นเพียงมรดกที่ต้องอนุรักษ์ แต่คือ “ทุนทางปัญญาและเศรษฐกิจ” ที่ต้องเติบโตอย่างสมดุลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่าน 3 มิติสำคัญ:
1. มิติด้านวัฒนธรรม: สืบสานรากเหง้าสู่สากล
SACIT เตรียมจัดงานใหญ่ SACIT Symposium 2026 (6-7 สิงหาคม 2569 ณ อ.บางไทร) เน้นกลุ่มงาน Ceramic Craft และเบญจรงค์ เพื่อเชื่อมโยงช่างฝีมือไทยกับเครือข่ายนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์สำคัญคือการผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก ผ่านการทำ Road Show ณ เนเธอร์แลนด์ และเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนต่อ UNESCO เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ พร้อมจัดตั้ง “หอนิทรรศการชุดไทย” เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ถูกต้อง
2. มิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม: งานคราฟต์เพื่อโลกและชุมชน
ชูโมเดล Sustainable Craft Business และ Circular Economy ลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น การพัฒนาชุมชนหัตถกรรมกกจันทบูร จ.จันทบุรี และการใช้ทักษะงานศิลปหัตถกรรมสร้างอาชีพให้กลุ่มเปราะบางในทัณฑสถานฯ เพื่อสร้างความเท่าเทียมในสังคม รวมถึงการฟื้นฟู “ต้นน้ำยางรัก” ใน 4 จังหวัดภาคเหนือเพื่อเป็นวัตถุดิบยั่งยืน
3. มิติด้านเศรษฐกิจ: ปั้นรายได้จากทุนวัฒนธรรม
กระตุ้นการส่งออกและตลาดในประเทศผ่านอีเวนต์ระดับแม่เหล็ก:
- อัตลักษณ์แห่งสยาม: (22–26 เมษายน 2569 ณ เอ็มควอเทียร์) รวมงานหัตถศิลป์กว่า 380 คูหา
- Craft Bangkok 2026: เวทีเชื่อมโยงผู้ผลิตกับดีไซเนอร์และนักธุรกิจ
- ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ขยายตลาดในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา และการพัฒนาผ้าไทยสู่ตลาดกิโมโนในญี่ปุ่น ร่วมกับบริษัทโอมิยะ
SACIT ขอเชิญชวนคนไทยร่วมแสดงพลังผ่านแคมเปญ Social Practice ด้วยการสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยม และโพสต์ภาพผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #ชุดไทยพระราชนิยม #SACIT #CHUDTHAI #RoyalThaiDress เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญก่อนการพิจารณาของ UNESCO







