เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (อไรซ์) ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ พร้อมผนึกกำลังร่วมกับ 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI Ecosystem) และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงในประเทศไทย โดยมุ่งผลักดันให้ประเทศก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้าน AI และเทคโนโลยีคลาวด์ในระดับภูมิภาค
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า AI คือจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) การปรับตัวและดึงดูดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของ AI เข้ามาสู่ประเทศจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันบนเวทีโลก

จากการคาดการณ์ของธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่า AI มีส่วนช่วยผลักดันให้ GDP โลกเติบโตเพิ่มขึ้น 0.6% ถึง 1% ซึ่งอาจสูงกว่าตัวเลขประมาณการเดิม หากมีการประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบในทุกอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันประเทศไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันอยู่ในอันดับที่ 25 ของโลกจากการจัดอันดับของ IMD ซึ่งการลงทุนด้าน AI จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต
โอกาสลงทุน Data Center 3 ล้านล้าน หนุนพลังงานสะอาดและชิปเซ็ต
ศุภชัย ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI เริ่มต้นจากพลังงานสะอาด (Renewable Energy) เนื่องจาก Data Center มีการใช้พลังงานสูง ความต้องการนี้จึงช่วยเร่งการเติบโตและการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และ Net Zero

สำหรับขีดความสามารถ Data Center ของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 0.2 กิกะวัตต์ (GW) เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มี 353 GW, จีน 32 GW, ญี่ปุ่น 3.5 GW และเกาหลีใต้ 1.5 GW แต่ประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดสู่ระดับ 10 กิกะวัตต์ (10,000 เมกะวัตต์) ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงถึง 3 ล้านล้านบาท (ประมาณการณ์ต้นทุนก่อสร้าง 3 แสนล้านบาทต่อ 1 กิกะวัตต์ ไม่รวม GPU และเซิร์ฟเวอร์)
การไหลเข้าของเงินทุนสู่ Data Center ระดับภูมิภาคจะดึงดูดระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องเข้ามา ทั้งเทคโนโลยีชิป GPU/VPU ระบบระบายความร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายประมวลผล Optical Neural Network ซึ่งรอบการเปลี่ยนเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์เหล่านี้จะเกิดขึ้นทุก 5 ปี สร้างมูลค่าต่อเนื่องให้กับเศรษฐกิจและการส่งออกของไทย

กางยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก ขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI ประเทศไทย
เพื่อขับเคลื่อนความพร้อมด้าน AI (AI Readiness) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน นายศุภชัยได้นำเสนอ 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐานและการเป็นศูนย์กลาง AI (AI Infrastructure & Regional Hub): พัฒนา Data Center และ AI Data Center ที่ใช้ Supercomputer และ GPU ประสิทธิภาพสูง พร้อมตั้งเป้าดึงดูดผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำระดับโลก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนในไทย
- สร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพเทคโนโลยี (AI & Tech Startup Ecosystem): ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดเทคสตาร์ทอัพ 20,000 รายในไทย เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะเทคโนโลยีและความเป็นผู้ประกอบการรวม 1 ล้านคน (เฉลี่ย 50 คนต่อสตาร์ทอัพ) คิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเสนอให้ภาครัฐและเอกชนจัดตั้ง Matching Fund ร่วมกับ Venture Capital (VC) และ Corporate Venture Capital (CVC) ระดับโลกเพื่อดึงดูดเงินทุน
- ดึงดูดบุคลากรระดับโลก (Global Talent Attraction): พัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ด้าน AI ควบคู่กับการปรับปรุงนโยบายโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกเข้ามาทำงานในประเทศ
- ปฏิรูประบบการศึกษาและสร้างทาเลนต์รุ่นใหม่ (Education Reform & Talent Development): ร่วมมือกับ 10 มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตร AI ให้แก่นักศึกษาระดับอุดมศึกษา 2 ล้านคน และอาชีวศึกษา 8 แสนคน พร้อมเสนอโมเดลสนับสนุนเงินทุนตั้งต้น (Seed Fund) เช่น 2 แสน ถึง 1 ล้านบาทต่อทีม เพื่อจูงใจให้นักศึกษาจับกลุ่มสร้างโครงการเทคสตาร์ทอัพจริง โดยตั้งเป้าสร้างบุคลากรทักษะสูง (High-Return Talent) รวม 3 ล้านคนเพื่อเร่งขยายฐานบุคลากร AI ขั้นสูงของไทยซึ่งปัจจุบันมีเพียง 1,000 คน เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่มีกว่า 6,000 คน, จีน 125,000 คน และสหรัฐฯ 220,000 คน
- ธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล AI (AI Governance & Sovereign AI): ส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และยั่งยืนทั้งในภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government) การพัฒนา Digital ID สำหรับบริการดิจิทัลส่วนบุคคล ตลอดจนการพัฒนา Sovereign AI Model เพื่อรักษาความมั่นคงของข้อมูลและคุณค่าทางวัฒนธรรมของประเทศ
ความร่วมมือระหว่าง ซีพี, อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป, ทรู และ AWS พร้อมด้วยเครือข่ายมหาวิทยาลัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการผสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้างอิมแพ็กและยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยสู่ระดับสากล







