รัฐบาล Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง”อัดฉีดเม็ดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านเสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานราก

ไทยช่วยไทย เพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง อัดฉีด 4.4 พันล้านเสริมสภาพคล่อง แก้หนี้

“นายกรัฐมนตรี” ไฟเขียว Kick Off โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกว่า 4 พันล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย และแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบให้แก่ประชาชน โดยให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) จัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้สมาชิก ในภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก เพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชนฐานราก สร้างโอกาสเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนในระยะยาว “ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน (Kick Off) ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 79,610 กองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนระดับรากหญ้า ที่จะมีความสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง สร้างเงินทุนหมุนเวียนได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างโอกาสสู่คุณภาพที่ดีของชีวิตให้กับคนในชุมชนและสามารถ “ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ” ได้อย่างแท้จริง

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน โดยมอบหมายให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติดำเนินโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบาย ที่มุ่งช่วยเหลือภาคประชาชนครั้งใหญ่ของรัฐบาล ผ่านกลไกของกองทุนหมู่บ้าน เพื่อมุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ประชาชนในระดับฐานรากทั่วประเทศโดยตรง ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 4,452,000,000 บาท (สี่พันสี่ร้อยห้าสิบสองล้านบาทถ้วน) จัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับบัญชีที่หนึ่ง ให้กับสมาชิก อย่างน้อยครึ่งนึงของอัตราที่เรียกเก็บตามสัญญา นับเป็นการลดภาระดอกเบี้ยให้ถึงมือพี่น้องประชาชนโดยตรง

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแหงชาติ กล่าวว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนฐานราก ต้องการเพิ่มรายได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือ
โดยการเพิ่มงบประมาณ เพื่อเข้าไปสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านฯ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกในระยะยาว และยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพ
และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ให้แก่ประชาชนในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 4,452,000,000 บาท (สี่พันสี่ร้อยห้าสิบสองล้านบาทถ้วน)ไว้สำหรับการดำเนินโครงการดังล่าวแล้ว กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะขอสนับสนุนงบประมาณ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี (ปี 2556 – ปัจจุบัน) สิ่งสำคัญคือจะต้องมีการจัดประชุมเพื่อมีมติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีมติการลดอัตราอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุน บัญชีที่ 1 ลง 50% สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน (1 รอบสัญญา) ปรับปรุงสัญญา และจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญา เพื่อให้สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยใหม่ และจัดทำประกาศลดดอกเบี้ยและเอกสารประกอบโครงการ หากได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้

กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ

Related Posts