กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขานรับนโยบายรัฐบาลเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยใช้เครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นแกนกลางในการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดสู่ชุมชน ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวงและจุดจำหน่ายในที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
ดีอีชูโมเดลโลจิสติกส์เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าโครงการนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับกรมการปกครอง และกรมการค้าภายใน โดยใช้ศักยภาพของไปรษณีย์ไทยในการบริหารจัดการสต็อกและระบบขนส่งดิจิทัล เพื่อให้สินค้าที่จำเป็นเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงมาตรการระยะสั้น แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรผ่านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ
ดีเดย์ 15 พฤษภาคมนี้ กระจายสินค้าผ่าน 946 จุดทั่วประเทศ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยความพร้อมในการใช้ที่ทำการไปรษณีย์เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการสินค้า โดยนำร่องยกระดับที่ทำการไปรษณีย์ 122 แห่ง และจะขยายผลให้ครอบคลุมไปรษณีย์อำเภออีก 824 แห่ง รวมทั้งสิ้น 946 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นจุดส่งมอบสินค้าให้แก่รถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
ขนทัพสินค้า “ตราไปร” และสินค้าชุมชนลดราคาพิเศษ
นอกจากการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังนำสินค้าเฮาส์แบรนด์ (House Brand) มาจำหน่ายในราคาพิเศษเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน ประกอบด้วย:
- ข้าวสารตราไปร
- น้ำดื่มตราไปร
- ไปรคอฟฟี่ (Praii Coffee)
- สินค้าจากแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ซึ่งรวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 2,000 ราย
โครงการนี้มุ่งเน้นการใช้ระบบ Pre-Order และการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างรถพุ่มพวงกับที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อแก้ปัญหาสินค้าขาดแคลนและมั่นใจว่าการกระจายสินค้าจะเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกชุมชนทั่วประเทศไทย
–เจาะเบื้องหลังความสำเร็จ SME ไทย ทำไม ‘40 ปี EMS’ ยังเป็นพาร์ทเนอร์เบอร์หนึ่งในใจผู้ประกอบการ







