“ศุภจี” ชูกลยุทธ์ “อุปสงค์นำอุปทาน” รับมือทุเรียนทะลัก มั่นใจราคาหน้าสวนยังพุ่ง

"ศุภจี" ชูกลยุทธ์ "อุปสงค์นำอุปทาน" รับมือทุเรียนทะลัก มั่นใจราคาหน้าสวนยังพุ่ง

พาณิชย์เดินหน้าเชิงรุก รับมือผลผลิตทุเรียนปี 2569 จ่อทะลักกว่า 2 ล้านตัน ชูกลยุทธ์ “อุปสงค์นำอุปทาน” บุกตลาดจีนตะวันตก พร้อมดึงอินฟลูเอนเซอร์ช่วยระบายซัพพลาย มั่นใจคุณภาพพรีเมียมดันราคาหน้าสวนขยับสูงต่อเนื่อง

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก โดยระบุว่าในปีนี้กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการวางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือผลผลิตทุเรียนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% หรือประมาณ 2 ล้านกว่าตัน ท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพอากาศที่ร้อนจัดและปัญหาภัยแล้ง ซึ่งอาจส่งผลให้ผลผลิตร่วงหล่นเร็วกว่าปกติ

บุกตลาดจีนตะวันตก-กระจายความเสี่ยงโลจิสติกส์

ในด้านการตลาดต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศรุกตลาด “จีนตะวันตก” เพิ่มเติม จากเดิมที่เน้นฝั่งตะวันออก โดยมีการส่งทีมไปปักหมุดและเคลียร์ด่านล่วงหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากทุเรียนเป็นสินค้าที่มีเวลาจำกัดในการขนส่ง

การประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา จึงเป็นหัวใจสำคัญในการเร่งระบายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคชาวจีนที่ครองส่วนแบ่งการส่งออกกว่า 90%

ผนึกอินฟลูเอนเซอร์-โมเดิร์นเทรด กระตุ้นดีมานด์ในประเทศ

สำหรับการบริหารจัดการภายในประเทศ รัฐบาลเน้นการสร้างอุปสงค์ (Demand) นำอุปทาน (Supply) ผ่านช่องทางที่หลากหลาย:

  • Modern Trade & Wholesale: ร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่และรถเร่
  • Live Commerce: สนับสนุนอินฟลูเอนเซอร์ในการไลฟ์ขายสินค้า เพื่อสร้างกระแสและความสนใจ
  • แปรรูป & ห้องเย็น: เตรียมแผนสนับสนุนระบบห้องเย็นเพื่อยืดอายุสินค้าและเพิ่มมูลค่าทุเรียนตกเกรด

ส่วนกรณีการไลฟ์ขายทุเรียนราคาพิเศษของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังนั้น มองว่าเป็นเทคนิคการตลาดส่วนบุคคลที่ช่วยสร้างความตื่นตัวให้ผู้บริโภค ซึ่งจะไม่กระทบต่อกลไกราคาในภาพรวม

โดยปัจจุบันราคาทุเรียนเกรดส่งออก (A-B) ที่หน้าสวนยังคงแข็งแกร่ง อยู่ที่ประมาณ 135-150 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าถึง 20 บาท

คุมเข้มคุณภาพ “พรีเมียม” สร้างความเชื่อมั่น

กระทรวงพาณิชย์ยังคงเน้นย้ำเรื่องคุณภาพตั้งแต่ต้นทางที่สวนไปจนถึงโรงคัดบรรจุ (ล้ง) โดยมีการตรวจสารปนเปื้อนและแคดเมียมอย่างเคร่งครัดร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลบข้อกังวลของตลาดต่างประเทศและรักษามาตรฐานทุเรียนพรีเมียมของไทย

นอกจากผลไม้แล้ว กระทรวงฯ ยังใช้โมเดล “ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง” เดียวกันนี้กับสินค้าข้าว โดยมุ่งเน้นการผลิตข้าวพรีเมียม เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และประสานหน่วยงานรัฐ อาทิ กองทัพบก และกรมราชทัณฑ์ เข้าช่วยดูดซับผลผลิตในช่วงที่ซัพพลายล้นตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ตลาดความงามไทยพุ่ง 1.9 แสนล้าน! ยูโอบี ผนึก GoWabi ปั้นโซลูชันหนุนคลินิก SME โตยุคดิจิทัล

Scroll to Top