บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นใหญ่ไทยแอร์เอเชีย เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2569 โกยรายได้กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจน ดันยอดผู้โดยสารพุ่งแตะ 6.2 ล้านคน แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงินบาทที่ผันผวน
เจาะลึกตัวเลขสำคัญ: รายได้โต-ต้นทุนลด
ในไตรมาสนี้ AAV ทำรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 13,529.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักคือจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนทำได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย (CASK) ลดลง 2% มาอยู่ที่ 1.69 บาท จากการเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงและการเน้นเส้นทางบินในประเทศที่ช่วยลดค่าธรรมเนียมสนามบินต่างประเทศ
สำหรับกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 3,733.9 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม จากภาวะเงินบาทอ่อนค่าทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,013.8 ล้านบาท ส่งผลให้สรุปยอดกำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 840.6 ล้านบาท
แชมป์ครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศ
นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AAV และ TAA ระบุว่า ผลงานไตรมาสแรกสะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยมีอัตราขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) สูงถึง 88% โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 42%
นอกจากนี้ บริษัทยังรุกตลาดที่ทำกำไรได้ดี เช่น เวียดนาม กลุ่มประเทศอาเซียน และการเปิดเส้นทางบินใหม่ “ฮานอย–หลวงพระบาง” รวมถึงได้รับอานิสงค์จากนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา
รับมือความท้าทายไตรมาส 2: ปรับลดเที่ยวบิน-จ่อขึ้นค่าตั๋ว
นายไพรัชล์ ยอมรับว่าในไตรมาส 2 ธุรกิจการบินจะเผชิญความท้าทายหนักขึ้นจากราคาน้ำมันอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่า ตามสถานการณ์โลก ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปรับแผนเชิงรุกดังนี้:
• ปรับราคาค่าโดยสาร: เพื่อสะท้อนต้นทุนน้ำมันที่แท้จริงและรักษาสภาพคล่อง
• ลดปริมาณที่นั่ง: ปรับลดเที่ยวบินในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนลง 20% เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางตามฤดูกาล (Low Season)
• คุมเข้มต้นทุน: บริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาอัตรากำไรและความแข็งแกร่งทางการเงิน
การันตีมาตรฐานความยั่งยืนระดับ AAA
ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม AAV คว้าผลประเมิน SET ESG Rating ประจำปี 2568 ในระดับสูงสุด “AAA” ด้วยคะแนน 93 คะแนน ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มสายการบินของไทย พร้อมคะแนนด้าน ESG จาก FTSE Russell ที่โดดเด่น สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติ







