“ทรัมป์” บุกดาวอส 2026: ยื่นคำขาดซื้อกรีนแลนด์-ประกาศยุคทอง America First

"ทรัมป์" บุกดาวอส 2026: ยื่นคำขาดซื้อกรีนแลนด์-ประกาศยุคทอง America First

การปรากฏตัวของ โดนัลด์ ทรัมป์ บนเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum 2026) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทักทายผู้นำโลก แต่คือการประกาศ “คำสั่งใหม่” (The New Order) ที่สหรัฐฯ จะกลับมาทวงคืนความเป็นหนึ่งในทุกด้าน

ลองมาดู 10 ประเด็นสำคัญที่ถูกขยายความให้เห็นถึงเบื้องลึกและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกัน

1. ดีลประวัติศาสตร์: การเสนอซื้อเกาะ “กรีนแลนด์”

ทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการยืนยันว่าสหรัฐฯ มีความประสงค์จะ “ซื้อกรีนแลนด์” จากเดนมาร์กอย่างจริงจัง โดยให้เหตุผลว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญในเชิงภูมิศาสตร์การเมือง (Geopolitics) และความมั่นคงสูงสุด เนื่องจากตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของอาร์กติก เขาระบุชัดเจนว่าเดนมาร์กดูแลดินแดนนี้ได้ไม่ดีพอ และเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงจากมหาอำนาจอื่น ซึ่งสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น

2. “Say No and We Will Remember”

ทรัมป์ส่งคำเตือนอย่างมีนัยสำคัญถึงเดนมาร์กและกลุ่มสหภาพยุโรปว่า หากปฏิเสธข้อเสนอขายกรีนแลนด์ สหรัฐฯ จะ “จดจำไว้” ประโยคนี้ถูกตีความว่าไม่ใช่แค่คำขู่ลอยๆ แต่หมายถึงการที่อเมริกาอาจลดระดับความร่วมมือ การตั้งกำแพงภาษี หรือการปรับเปลี่ยนข้อตกลงทางการค้าเป็นการตอบโต้ หากพันธมิตรไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นความมั่นคงแห่งชาติ

3. การปฏิเสธการใช้กำลังทหาร

แม้จะใช้ภาษาที่ดุดัน แต่ทรัมป์ย้ำจุดยืนว่าเขาจะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดครองกรีนแลนด์ หรือดินแดนใดๆ โดยไม่จำเป็น เขาเชื่อมั่นใน “อำนาจทางเศรษฐกิจ” และ “ศิลปะแห่งการเจรจา” มากกว่าการทำสงคราม เขามั่นใจว่าข้อเสนอทางการเงินของเขานั้นดึงดูดใจมากพอที่จะทำให้เดนมาร์กและคนท้องถิ่นเห็นชอบในที่สุด

4. ประกาศชัยชนะด้านพลังงาน: ยุติยุคกังหันลม

ทรัมป์ประกาศกลางเวทีดาวอสว่า “ยุคพลังงานที่ล้มเหลว” ได้จบลงแล้ว โดยพุ่งเป้าวิจารณ์กังหันลมผลิตไฟฟ้าในยุโรปว่าราคาแพง ไร้ประสิทธิภาพ และทำลายทัศนียภาพ เขาประกาศผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นมหาอำนาจด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเบอร์ 1 ของโลก เพื่อสร้างพลังงานราคาถูกที่จับต้องได้สำหรับทุกคน

5. ยุทธศาสตร์ยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ในด้านความมั่นคงระดับโลก ทรัมป์ย้ำว่าเขาสามารถจบสงครามในยูเครนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผ่านการเจรจาโดยตรงกับผู้นำรัสเซีย เขากล่าวอ้างว่าเขามีความสัมพันธ์ที่พิเศษและสามารถโน้มน้าวให้เกิด “ดีลแห่งสันติภาพ” ที่ยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยกอบกู้เสถียรภาพเศรษฐกิจยุโรปที่บอบช้ำจากราคาพลังงานมานาน

6. ทวงเงิน NATO

ทรัมป์โจมตีกลุ่มประเทศ NATO อีกครั้ง โดยระบุว่าอเมริกาแบกภาระค่าใช้จ่ายในการป้องกันประเทศให้คนอื่นมานานเกินไป เขาเรียกร้องให้ทุกประเทศสมาชิกเพิ่มงบประมาณทางทหารให้ถึงเพดานที่กำหนดทันที หากต้องการให้สหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทในการปกป้องยุโรปต่อไป

7. ชิงธงนำ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง

ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมแพ้ในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และควอนตัมคอมพิวติ้ง เขาประกาศแผนการอุดหนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศอย่างมหาศาล เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐาน AI ของโลกจะต้องถูกกำหนดโดยสหรัฐฯ ไม่ใช่คู่แข่งจากฝั่งตะวันออก

8. ปฏิบัติการในเวเนซุเอลา: แหล่งทรัพยากรใหม่

ทรัมป์เปิดเผยถึงแผนการขยายอิทธิพลและการลงทุนในเวเนซุเอลา โดยมุ่งเป้าไปที่การฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันที่นั่นให้กลับมามั่งคั่งอีกครั้งภายใต้การสนับสนุนของอเมริกา ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีเสถียรภาพและลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง

9. การวิจารณ์รางวัลโนเบลสันติภาพ

เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อทรัมป์กล่าวว่าเขาคือผู้ที่สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมากที่สุด จากผลงานการเจรจาในจุดร้อนต่างๆ ของโลก และกล่าวหาว่ากระบวนการตัดสินถูกครอบงำโดยอคติทางการเมือง ซึ่งเขาไม่ได้ให้ราคากับรางวัลเหล่านั้นเท่ากับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

10. “America First” คือทางรอดเดียวของโลก

ทรัมป์สรุปสุนทรพจน์ด้วยการตอกย้ำว่า นโยบาย “America First” ไม่ใช่การโดดเดี่ยวตัวเอง แต่คือการทำให้อเมริกาแข็งแกร่งที่สุด เพื่อให้สามารถเป็น “ที่พึ่ง” และ “เครื่องยนต์” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้ หากอเมริกาพัง โลกก็จะพังตาม ดังนั้นทุกคนควรสนับสนุนวิสัยทัศน์ของเขาเพื่อความมั่งคั่งร่วมกัน

Scroll to Top