ท่ามกลางความผันผวนของภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NUS Business School ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลบทวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและผลกระทบของการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ภาคธุรกิจและแรงงานเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายระลอกใหม่
ศาตราจารย์เกียรติคุณ แอนดรูว์ เค. โรส คณบดี NUS Business School ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์มหภาคที่มีประสบการณ์ศึกษาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียปี 1997 ได้ประเมินว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัจจัยกระทบเชิงลบจากภายนอก (Shocks) สำคัญ 3 ประการ ซึ่งมีความเร็วและระยะเวลาที่ส่งผลกระทบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ปัจจัยแรกซึ่งเป็นผลกระทบในระยะสั้น คือ สงครามและความขัดแย้งทางทหารในอ่าวเปอร์เซียระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อฝั่งอุปทาน (Supply side) ของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไทยต้องนำเข้าพลังงานส่วนใหญ่จากภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น จึงนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและยอดขาดดุลการคลังที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
ผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตพลังงานยังได้ลุกลามไปยังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้การท่องเที่ยวชะลอตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง
นอกเหนือจากนี้ ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยที่ไปทำงานในตะวันออกกลางและอิสราเอล ทำให้ต้องสูญเสียรายได้และการจ้างงาน ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินส่งกลับประเทศ (Remittances) ลดลงอย่างมาก โดยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังพยายามควบคุม และจะส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลดลงในระยะสั้น
ปัจจัยที่สองคือ ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจภูมิรัฐศาสตร์ (Geo-economic stress) ในระยะปานกลาง ระหว่างขั้วอำนาจจีนและพันธมิตร กับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงไทยและสิงคโปร์ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากกฎระเบียบระหว่างประเทศที่เคยสร้างผลประโยชน์ให้ภูมิภาคกำลังถูกทำลายลง ทั้งจากพฤติกรรมของผู้นำสหรัฐฯ และการเติบโตของจีน ความไม่แน่นอนทางการเมืองนี้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อประเทศไทยที่กำลังพยายามยกระดับจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูงเพื่อเข้าร่วม OECD
ปัจจัยที่สามซึ่งเป็นปัจจัยระยะยาวคือ การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า ในช่วงระยะสั้น 1-2 ปีแรก ผลกระทบของ AI ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจอาจจะยังมีน้อยกว่าที่คาด เนื่องจากภาคธุรกิจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการประยุกต์ใช้ แต่ในระยะยาวอีก 1-2 ทศวรรษข้างหน้า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับระเบียบโลกใหม่ที่เคยเกิดขึ้นหลังจากการอุบัติของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนในอดีต

เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ อาจารย์อุษา สกุลคีรีวัฒน์ อาจารย์อาวุโสแห่ง NUS Business School ได้นำเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์ “4E” เพื่อให้องค์กรธุรกิจ ทั้งบริษัทข้ามชาติ (MNCs) และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นำไปปรับใช้ประกอบด้วย
- Expand (ขยาย): ขยายกรอบความคิดเชิงบวก พลังงาน และมุมมองเพื่อเสาะหาและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
- Embrace (โอบรับ): เปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน ทั้งในด้านกระแสเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา และเทคโนโลยี AI โดยไม่ปิดกั้นตัวเอง
- Emphasise (เน้น): ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรและพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง
- Exercise (ฝึกฝน): การฝึกวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด บริหารจัดการไม่ให้เกิดการใช้เงินเกินตัว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน
นอกจากนี้ สำหรับภาคแรงงาน พนักงาน และนักศึกษาในยุคดิจิทัล ควรเน้นการพัฒนาตนเองใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
การมุ่งยกระดับทักษะ (Upskill) เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI และมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการมีทักษะตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา (Content) โดยไม่เชื่อข้อมูลจาก AI ทั้งหมด
การสร้างความร่วมมือ (Collaboration) ทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อผสานศักยภาพ, การใช้ความฉลาดในการบริหารจัดการชีวิตและการทำงานร่วมกัน (Work-life Intelligence) แทนการมองหาเพียงแค่ความสมดุล และการสร้างเส้นทางอาชีพที่เน้นคุณค่าของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric Career)
ท้ายที่สุด NUS Business School สรุปว่า อนาคตของเศรษฐกิจไทยยังคงมีความสดใสและมีโอกาสเติบโตได้อย่างโดดเด่นในเวทีโลก หากสามารถรักษาและดึงจุดเด่นเรื่องความสัมพันธ์แบบใจต่อใจและความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ซึ่งเป็นคุณค่าความเป็นมนุษย์และเป็นจุดเด่นของคนไทยมาผสานเข้ากับการใช้ AI เป็นเครื่องมือ ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เป็นประตูสู่อาเซียนและความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์
–ETDA จับมือ TK Park ประกาศผลแชมป์สร้างแคมเปญรู้เท่าทัน AI ยุค 2026 ดึงเยาวชนร่วมแก้ภัยออนไลน์







