ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ชู “DNA ผู้ประกอบการ” กุญแจสำคัญขับเคลื่อนองค์กรยุค AI-First

ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ชู “DNA ผู้ประกอบการ” กุญแจสำคัญขับเคลื่อนองค์กรยุค AI-First

ทรู ดิจิทัล อคาเดมี เผยวิสัยทัศน์บ่มเพาะ “ความเป็นผู้ประกอบการ” (Entrepreneurship) เร่งสปีดองค์กรไทยสู่ระดับสากล ชี้การใช้ AI ขับเคลื่อนนวัตกรรมต้องเริ่มจากการปรับวิธีคิด พร้อมแนะภาคการศึกษาทลายกำแพง Silo เชื่อมโยงโจทย์จริงจากภาคธุรกิจ

ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ย้ำบทบาทผู้นำการสร้างทักษะดิจิทัล ชี้เทรนด์โลกยุค AI ไม่ได้ต้องการแค่คนใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องมี “หัวใจผู้ประกอบการ” ที่พร้อมแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรมได้จริงในโลกธุรกิจ

ดร.ชนนิกานต์ จิรา ผู้อำนวยการ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองบนเวที “Entrepreneurship in Practice: Scaling Ventures and Driving Innovation” ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ (Sasin) โดยระบุว่า หัวใจของการเปลี่ยนผ่านองค์กรท่ามกลางคลื่นเทคโนโลยี AI คือการปลูกฝัง “ความเป็นผู้ประกอบการ” (Entrepreneurship) ให้กลายเป็น DNA ของบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารระดับสูง

ถอดรหัสทักษะผู้ประกอบการ รากฐานสำคัญของ Digital & AI Lab

ในบริบทขององค์กรขนาดใหญ่อย่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีเป้าหมายเป็น AI-First Organization ทักษะที่จำเป็นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมมีรากฐานเดียวกับคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ดี ประกอบด้วย:

  • การนิยามปัญหา: ความสามารถในการระบุโจทย์ธุรกิจให้ชัดเจน
  • การบริหารทรัพยากร: ก้าวข้ามข้อจำกัดเพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุด
  • ความยืดหยุ่น (Resilience): พร้อมปรับตัวและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
  • Venture Mindset: ทัศนคติแบบนักลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมครบวงจร

ปัจจุบัน ทรูได้จัดตั้ง Digital and AI Lab เพื่อเปลี่ยนไอเดียให้เป็นต้นแบบ (Proof of Concept) และมีโครงการยกระดับทักษะผู้บริหารผ่านหลักสูตรพัฒนาเชิงบูรณาการ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรมที่แข็งแกร่งภายในองค์กร

2 เทรนด์ใหม่ที่องค์กรไทยกำลังมุ่งไป

จากการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี พบแนวโน้มสำคัญที่น่าสนใจ ได้แก่:

  1. การเน้นทักษะรากฐาน: องค์กรให้ความสำคัญกับทักษะการแก้ปัญหา การใช้สัญชาตญาณทางธุรกิจ (Business Intuition) ในการขยายขนาดธุรกิจ และการประยุกต์ใช้ AI ในเชิงกลยุทธ์
  2. AI Hackathon: กลายเป็นรูปแบบโครงการยอดนิยมที่องค์กรใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมและสร้างวิธีคิดแบบผู้ประกอบการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

แนะภาคการศึกษา: ทลายกำแพง Silo เชื่อมโยงโจทย์จริง

เพื่อให้การศึกษาไทยก้าวทันโลกอนาคต ดร.ชนนิกานต์ ได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 2 ประการ:

  • อัปเดตเครื่องมือให้ทันสมัย: ภาคการศึกษาต้องสอนการใช้ AI ในงานเชิงกลยุทธ์ เช่น การวิจัยตลาดหรือวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย โดยยังคงพื้นฐานการคิดเชิงตรรกะที่เข้มข้น
  • บูรณาการการเรียนรู้ (Action Learning): เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจผ่านโมเดลอย่าง TrueLAB เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ลงมือแก้ปัญหาจริงผ่านโครงการอย่าง Hackathons หรือ Open Innovation Runway ซึ่งจะเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นโมเดลเชิงพาณิชย์ได้จริง

การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และภาครัฐ จะช่วยให้ระบบนิเวศของความเป็นผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือ ม.รังสิต ปั้นวิศวกรยุคใหม่ รับเทรนด์พลังงานยั่งยืนและ EV

Scroll to Top