กลุ่มบริษัทบางจาก โดย บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ผู้ได้รับสิทธิบริหารแนวท่อส่งน้ำมันของ บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีพบคราบน้ำมันปนเปื้อนในระบบระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 ยืนยันผลการทดสอบแรงดันท่อส่งน้ำมันไม่พบรอยรั่วซึม พร้อมเดินหน้าตรวจสอบโครงสร้างแนวท่อเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ก่อนยื่นขออนุญาตเปิดระบบส่งน้ำมันอีกครั้ง
ย้อนรอยการตรวจสอบอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ภายหลังได้รับการประสานงานเมื่อวันที่ 7 กันยายน ทีมปฏิบัติการของ BFPL ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งระงับการส่งน้ำมันผ่านระบบท่อทันทีตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด จากนั้นในวันที่ 9 กันยายน ได้นำเทคนิค DCVG (Direct Current Voltage Gradient) เข้าตรวจหาความผิดปกติของชั้นเคลือบภายนอกท่อ จนกำหนดจุดที่ต้องเปิดหน้าดินตรวจสอบได้ 3 จุด
เมื่อเปิดหน้าดินตรวจสอบทั้ง 3 จุดในวันที่ 10 กันยายน ทีมงานพบพื้นที่ที่มีน้ำผสมน้ำมัน 1 จุด แต่ยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาแน่ชัดได้ นำไปสู่การดำเนินการทดสอบแรงดัน (Pressure Test) เมื่อวันที่ 11 กันยายน ภายใต้การควบคุมและสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานกำกับดูแลภาครัฐ ทั้งกระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตคลองเตย และกรมควบคุมมลพิษ
การทดสอบแรงดันใช้วิธีทยอยเพิ่มแรงดันภายในท่อจาก 10 barg ไปจนถึง 28 barg ซึ่งเป็นระดับแรงดันปฏิบัติการปกติ และคงแรงดันไว้นาน 1 ชั่วโมง ควบคู่กับการมอนิเตอร์ทั้งจากหน้างานและห้องควบคุม ผลการทดสอบยืนยันชัดเจนว่า แรงดันภายในท่อไม่มีการลดลงอย่างผิดปกติ และไม่พบคราบของเหลวซึมผ่านแนวท่อ บ่งชี้ว่าระบบท่อไม่มีรอยรั่วซึม
เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด BFPL เตรียมขยายผลการตรวจเช็กระบบโครงสร้างท่อด้วยเทคโนโลยี Short-Range และ Long-Range Ultrasonic Testing (UT) Scan หรือการตรวจผนังท่อด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ครอบคลุมรัศมี 1 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ ควบคู่กับการใช้ Radar Scan รวมทั้งเตรียมนำระบบ Intelligent Pig เข้าตรวจประเมินสภาพท่อด้านในอย่างละเอียดตามมาตรฐานสากลในสัปดาห์ถัดไป โดยข้อมูลการตรวจทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาก่อนอนุมัติการกลับมาจ่ายน้ำมันตามปกติ
ด้านการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ กลุ่มบริษัทบางจากได้ส่งทีมงานเข้าดูแลชุมชนและผู้ประกอบการรอบพื้นที่ โดยจัดสรรอาหาร น้ำดื่ม และที่พักชั่วคราว พร้อมยืนยันความรับผิดชอบและมาตรการเยียวยาที่เป็นธรรมหากการตรวจสอบพบความเสียหายจากการดำเนินงานของบริษัท นอกจากนี้ยังเตรียมแผนขนส่งสำรองเพื่อไม่ให้กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันของผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับทุกหน่วยงานค้นหาต้นตอการปนเปื้อนของน้ำมันต่อไป







