กรุงเทพฯ (28 มกราคม 2569) – นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลก “Future of Energy Workshop” จัดโดย MIT ร่วมกับ AIT ย้ำชัดระบบพลังงานโลกดำเนินตามวิถี “Energy Addition” หรือการเติมเต็มพลังงานใหม่เข้าไปเสริมของเดิม ไม่ใช่การทดแทนแบบตัดขาด พร้อมชี้กลไกตลาดคาร์บอนและมาตรฐานสากลคือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานยั่งยืน
Energy Addition: วิถีที่แท้จริงของพลังงานโลก
นายชัยวัฒน์เปิดมุมมองใหม่ว่า ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ระบบพลังงานโลกไม่เคยเปลี่ยนผ่านด้วยการตัดขาดจากแหล่งเดิม แต่เป็นการ “เติมเพิ่ม” (Addition) ตั้งแต่ยุคชีวมวล ถ่านหิน น้ำมัน จนถึงก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมที่พุ่งสูงขึ้น
แม้พลังงานหมุนเวียนจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดคาร์บอน แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่สม่ำเสมอและความหนาแน่นของพลังงาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งและการกักเก็บ ระบบพลังงานในปัจจุบันจึงยังต้องอาศัยฐานเดิมควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ โดยปัจจุบันโลกยังมียอดใช้น้ำมันดิบสูงถึง 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลาในการขยายผล
แนวคิดการจัดการคาร์บอน: “กำจัดไวรัส ไม่ใช่กำจัดคนไข้”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก เปรียบเทียบการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างน่าสนใจว่า ไม่ใช่การยุติการใช้หรือกำจัดไฮโดรคาร์บอนในทันที แต่คือการจัดการลดคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ “หากเปรียบกับโควิด-19 เราไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการกำจัดคนไข้ แต่เราต้องกำจัดสิ่งที่เป็นปัญหาคือไวรัส” ซึ่งหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ยังเน้นถึงบทบาทของ “ตลาดคาร์บอน” (Carbon Market) ว่าจะเป็นสะพานเชื่อมระบบพลังงานเดิมเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ โดยต้องมีมาตรฐานการตรวจสอบที่โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่นที่บางจากฯ กำลังผลักดันผ่าน Carbon Markets Club เพื่อให้ตลาดคาร์บอนไทยเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลกได้จริง
SAF และการลงมือทำจริง: กุญแจสู่ Game Changer
ในเวทีเสวนาต่อเนื่อง นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบริหารความยั่งยืนฯ บมจ. บางจากฯ ได้ตอกย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอาเซียนไม่สามารถใช้แนวทางเดียว (One Size Fits All) ได้ทั้งหมด เนื่องจากบริบททรัพยากรที่ต่างกัน
โดยได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ว่าเป็นตัวแปรสำคัญ (Game Changer) ในการลดคาร์บอนภาคการบิน ซึ่งจำเป็นต้องมีนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน เช่น มาตรการกำหนดสัดส่วนผสม (Mandate) เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า “การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่สามารถรอเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบได้ แต่ต้องเริ่มจากการลงมือทำและสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน”







