CKPower โชว์ผลงาน Q1/68 สุดแกร่ง! กำไรพลิกบวกสวนฤดูแล้ง อานิสงส์โรงไฟฟ้าพลังน้ำหนุน Q2 ต่อเนื่อง

CKPower โชว์ผลงาน Q1/68 สุดแกร่ง! กำไรพลิกบวกสวนฤดูแล้ง อานิสงส์โรงไฟฟ้าพลังน้ำหนุน Q2 ต่อเนื่อง

CKPower (CKP) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 สุดประทับใจ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานพุ่ง 63 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง แม้ในช่วงฤดูแล้ง โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลักยังสร้างรายได้เติบโต พร้อมคาดการณ์ Q2 รับแรงหนุนต่อเนื่องจากฤดูกาล

ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีเค พาวเวอร์ (CKPower) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนฯ (EBITDA + Share of Profits) แตะ 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 139% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และที่สำคัญคือมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 63 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากที่เคยขาดทุน 242 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้ มาจากการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 สามารถสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 4% เนื่องมาจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สูงกว่าปีก่อน ทำให้มีความพร้อมจ่ายไฟฟ้ามากขึ้นถึง 7% นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมลดลงอย่างมากถึง 99% หรือคิดเป็น 563 ล้านบาท เหลือเพียง 7 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้นถึง 41% ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเติบโตถึง 34% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน

ธนวัฒน์ กล่าวเสริมว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ยังคงรักษาความพร้อมจ่ายไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2568 ได้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 3% และมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 อยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อนเช่นกัน สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าในการก่อสร้างตามแผนที่วางไว้ โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 มีความคืบหน้าอยู่ที่ 48% ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์สำหรับ BEM ระยะแรก 3 โครงการ กำลังผลิตติดตั้ง 7.0 MW มีความคืบหน้า 86% และได้เริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปแล้ว 1 โครงการเมื่อปลายปี 2567 โดยคาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จครบทุกโครงการภายในไตรมาส 2 ปี 2568

ในด้านฐานะการเงิน CKPower ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 มีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.72 เท่า มีหนี้สินรวมลดลง 3% จากสิ้นปี 2567 และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.53 เท่า สะท้อนถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ทุกชุดของบริษัทเป็น “A-“ แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.085 บาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 691 ล้านบาท โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568

สำหรับทิศทางในอนาคต ธนวัฒน์ กล่าวว่า CKPower มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ ในด้านการเงินสีเขียว (Green Finance) โดยใช้กลไกการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ซึ่งในปี 2567 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเครือ CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.8 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 16% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน และมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

บางจากฯ ผนึกกำลังพันธมิตรปั๊มทั่วไทย มุ่งสู่ “Greenovative Destination” อย่างยั่งยืน

Scroll to Top