ส่องนวัตกรรมเซ็นเซอร์ EasyLogic ตัดวงจร ‘โรคตึกเป็นพิษ’ ทางรอดอาคารยุคใหม่ที่ดูแลทั้งสุขภาพและพลังงาน

ส่องนวัตกรรมเซ็นเซอร์ EasyLogic ตัดวงจร ‘โรคตึกเป็นพิษ’ ทางรอดอาคารยุคใหม่ที่ดูแลทั้งสุขภาพและพลังงาน

ท่ามกลางวิถีชีวิตคนเมืองที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร คุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality: IAQ) กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (T-OSH) ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของ “โรคตึกเป็นพิษ” หรือ Sick Building Syndrome (SBS) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ดวงตา ผิวหนัง รวมถึงก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะและคลื่นไส้ โดยต้นตอสำคัญเกิดจากการถ่ายเทอากาศที่ไม่เพียงพอผ่านระบบปรับอากาศและระบายอากาศ

เพื่อตัดวงจรปัญหานี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ได้เปิดตัวนวัตกรรมเซ็นเซอร์อัจฉริยะกลุ่ม “EasyLogic™ Air Quality Sensors” อุปกรณ์ IoT สำหรับตรวจวัดและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ทั้งระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) อุณหภูมิ และความชื้น โดยส่งต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบบริหารจัดการอาคาร (BMS) และระบบปรับอากาศ (HVAC) โดยตรง เพื่อควบคุมการระบายอากาศและปรับสมดุลการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านการออกแบบและประสิทธิภาพ อุปกรณ์กลุ่ม EasyLogic™ รองรับการติดตั้งทั้งแบบท่อลม (Duct) และแบบติดผนัง (Wall-mounted) พร้อมเทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรม:

  • เซ็นเซอร์วัดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): รุ่นท่อลม (CP-AI-C2-SE) และติดผนัง (CL-AI-C2-SE) ใช้เทคโนโลยี NDIR แบบ Dual Channel ตรวจวัดช่วง 0–2,000 ppm ความแม่นยำระดับ ±50 ppm ±3% พร้อมระบบ Automatic Baseline Calibration ช่วยลดภาระการบำรุงรักษา และรุ่นท่อลมยังได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP65
  • เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น (CP-AI-TH-SE): สำหรับติดตั้งในท่อลม มาตรฐาน IP65 วัดความชื้นสัมพัทธ์ได้ 0–100% RH ความแม่นยำ 2% ตรวจวัดอุณหภูมิตั้งแต่ -40 ถึง 60 องศาเซลเซียส รองรับทั้ง PT1000 และ NTC 10K Thermistor ตอบสนองรวดเร็วภายใน 20 วินาที
  • เซ็นเซอร์วัดคาร์บอนมอนอกไซด์ (CP-AI-CO-SE): แบบติดผนัง มาตรฐาน IP30 ออกแบบสำหรับพื้นที่เสี่ยง เช่น ลานจอดรถหรือห้องเครื่อง วัดค่าได้ 0–250 ppm ความแม่นยำ ±5% พร้อมระบบไฟ LED แสดงสถานะความปลอดภัย 3 สี (เขียว เหลือง แดง)

นอกจากความแม่นยำทางเทคนิค เซ็นเซอร์รุ่นนี้ยังออกแบบมาเพื่อการผสานรวมที่ยืดหยุ่น รองรับการจ่ายไฟ 24VAC, 24VDC และ 12–30VDC รวมถึงสัญญาณเอาต์พุต 0–10V และ 4–20mA เชื่อมต่อเข้ากับระบบ BMS แบรนด์อื่นได้อย่างราบรื่น พร้อมผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล CE (EMC), RoHS, REACH และ Green Premium

โซลูชันนี้ตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครบทุกมิติ ตั้งแต่เจ้าของอาคารที่ต้องการยกระดับมูลค่าโครงการตามเกณฑ์อาคารสีเขียวระดับโลกอย่าง LEED, WELL Building Standard และ RESET ผู้จัดการอาคารที่ได้รับข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อการบำรุงรักษาเชิงรุก ไปจนถึงผู้วางระบบที่สามารถควบคุมต้นทุนโครงการได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น

–กฟผ. เร่งส่งถุงยังชีพ 4,000 ชุด กระจายช่วย 4 จังหวัดน้ำท่วม พร้อมคุมเข้มสถานีไฟฟ้าแรงสูง