กฟผ. ปักหมุด “ผู้นำเปลี่ยนผ่านพลังงาน” สู่ Net Zero เร่งหา LNG ถูก กดต้นทุนค่าไฟไทย

กฟผ. ลุย "เปลี่ยนผ่านพลังงาน" เร่งหา LNG ถูก ลดค่าไฟไทยสู่ Net Zero

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คนที่ 17 ประกาศทิศทางขับเคลื่อน กฟผ. สู่การเป็นผู้ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าและ “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย” ด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมเป้าหมายสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับระบบพลังงานของประเทศในระยะยาว โดยมีวาระเร่งด่วนคือการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราคาถูกด้วยสัญญาระยะยาว เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน

ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า จากความต้องการพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และการที่ประเทศไทยขยับเป้าหมาย Net Zero เร็วขึ้นเป็นปี ค.ศ. 2050 กฟผ. จึงต้องปรับบทบาทมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด โดยมีการดำเนินงานสำคัญที่กำลังเร่งผลักดัน คือ

  • เร่งโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ: ผลักดันการติดตั้งในเขื่อนขนาดใหญ่ของ กฟผ. ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ รวมกำลังผลิตสูงถึง 1,638 เมกะวัตต์
  • มองหาพลังงานคาร์บอนต่ำใหม่: ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ “ไฮโดรเจน” เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนร้อยละ 5 ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 6 แห่งทั่วประเทศ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงผลักดันโรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคง พลังงานสะอาด และต้นทุนที่แข่งขันได้

นอกจากนี้ กฟผ. ยังให้ความสำคัญกับการ “พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย” (Grid Modernization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น โดยมีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ 3 โครงการ พัฒนาแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน รวมถึงพัฒนาศูนย์การพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center)

ในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กฟผ. มุ่งมั่นจัดหา LNG ราคาถูกด้วยสัญญาระยะยาว พร้อมยืดอายุโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำเพื่อกดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าให้ลดลง และแสวงหาโอกาสต่อยอดธุรกิจ LNG ล่าสุดได้ร่วมกับ ปตท. ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพการรับและจ่ายก๊าซธรรมชาติ ณ สถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศในระยะยาว

นายนรินทร์ ย้ำถึงการบริหารองค์กรด้วยการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI) และขับเคลื่อนด้วยหลักธรรมภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบ GRC (Governance – Risk Management – Compliance) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero โดย กฟผ. ได้ออก พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรก เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย ในอัตราขั้นต่ำร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2571

บทบาทใหม่ของ กฟผ. คือการก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ผู้ผลิตฟ้าเพื่อความมั่นคง” สู่การเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยด้วยพลังงานสะอาด เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการบริหารแบบมืออาชีพ” เพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของประเทศและคนไทยทุกคน

Scroll to Top