กฟผ. โต้ปม “เสือนอนกิน” ยันกำไรหมื่นล้านส่งคืนรัฐ-แบก Ft อ่วม 3.5 หมื่นล้าน

กฟผ. ยันโต้ปมเสือนอนกิน แบก Ft อ่วม 3.5 หมื่นล้าน ส่งกำไรคืนรัฐ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีประเด็นโครงสร้างการผลิตและรับซื้อไฟฟ้า ยืนยันบทบาทรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ดำเนินงานตามนโยบายรัฐเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน โดยไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรเกินควร

นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยถึงข้อกล่าวหาที่ระบุว่า กฟผ. เป็นเสือนอนกิน จากการผลิตไฟฟ้าเองเพียง 29% และรับซื้อจากเอกชน 71% มาทำกำไรปีละนับหมื่นล้านบาท โดยชี้แจงว่า กฟผ. มีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ควบคุมผลตอบแทนการลงทุน (ROIC) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการลงทุนโดยไม่เป็นภาระหนี้สาธารณะเท่านั้น

เปิดโครงสร้างรายได้ กฟผ. ยันไม่ได้บวกกำไรเพิ่ม
จากการตรวจสอบองค์ประกอบค่าไฟฟ้าที่กำหนดโดย กกพ. พบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายได้ของ กฟผ. ดังนี้
ค่าซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า กฟผ.: คิดเป็น 0.22 บาทต่อหน่วยขายปลีก
ค่าระบบส่ง กฟผ.: คิดเป็น 0.25 บาทต่อหน่วยขายปลีก
ทั้งสองส่วนนี้ยังคงใช้อัตราเดิมตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าปี 2558 โดยไม่มีการปรับเพิ่ม สำหรับค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชนและต่างประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐ กฟผ. เป็นเพียงผู้รับซื้อตามราคาที่รัฐกำหนดและดำเนินการตามระเบียบ โดยไม่มีการบวกกำไรเพิ่มเติม นอกเหนือจากนี้ กฟผ. ยังคงแบกรับภาระค่า Ft ค้างรับสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นเงินสูงถึง 35,928 ล้านบาท

เผยเส้นทางกำไร กฟผ. ส่งคืนแผ่นดินและลดค่าไฟประชาชน
กำไรจากการดำเนินงานของ กฟผ. ถูกจัดสรรตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อประโยชน์ของประเทศใน 2 ส่วนหลักคือ

  1. นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน: กฟผ. ติดอันดับ 1 ใน 5 หน่วยงานที่นำส่งรายได้สูงสุดให้กระทรวงการคลังตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
  2. ลงทุนในระบบไฟฟ้า: เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล

    ในกรณีที่ กฟผ. มีผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่าที่ กกพ. กำหนด จะต้องนำกำไรส่วนเกินส่งคืนรัฐในรูปแบบเงินรวบรวมจากการกำกับฐานะการเงิน และเงินส่งคืนจากการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผน (Claw\ Back) ซึ่ง กกพ. มีมติให้นำเงินส่วนนี้กลับมาบริหารจัดการค่า Ft เพื่อปรับลดค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน

    สำหรับประเด็นค่าไฟฟ้าสาธารณะ ปัจจุบัน กกพ. อยู่ระหว่างเร่งรัดให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (กฟน. และ กฟภ.) ติดตั้งมิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้าให้ครบถ้วน โดย กฟผ. พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการทบทวนแนวทางบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับสภาพการใช้ไฟฟ้าจริงและเป็นธรรมที่สุด
Scroll to Top