กฟผ. ตั้ง War Room 24 ชม. รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ยันสำรองเชื้อเพลิงพร้อม-ไม่กระทบผลิตไฟฟ้า

กฟผ. ตั้ง War Room รับมือตะวันออกกลาง ยันไม่กระทบผลิตไฟฟ้า

กฟผ. ประกาศตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด มั่นใจแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงสำรองและการปรับแผนเดินเครื่องโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ พร้อมรับมือการนำเข้า LNG ผันผวน ย้ำความมั่นคงทางพลังงานไทยยังแข็งแกร่ง

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อความไม่ประมาท กฟผ. ได้วางมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:

  • การจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง: เตรียมจัดหา LNG จากแหล่งทางเลือกอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง
  • การเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ: เตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • การปรับสมดุลพลังงาน: เพิ่มปริมาณการผลิตและรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิต

กฟผ. ยืนยันว่าจะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่ให้กระทบต่อประชาชน พร้อมขอความร่วมมือช่วยกันประหยัดพลังงานผ่านมาตรการ 5 ป. (ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน ปลูก) เพื่อลดการพึ่งพิงการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศในช่วงวิกฤต

Scroll to Top