กระทรวงพลังงานประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลครั้งละ 50 สตางค์ต่อลิตร เริ่มมีผล 18 มีนาคม 2569 หลังกองทุนน้ำมันฯ แบกภาระหนักติดลบกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท พร้อมออกมาตรการจูงใจใช้ E20 ส่วนต่างราคาห่างแก๊สโซฮอล์ถึง 5 บาท หวังลดการนำเข้าและช่วยเกษตรกรไทย
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นครั้งละ 50 สตางค์ต่อลิตร โดยกำหนดเพดานสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
การปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันติดลบไปแล้วกว่า 16,500 ล้านบาท เนื่องจากการแบกรับภาระตรึงราคาในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ไทยถือเป็นประเทศที่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินน้อยที่สุด และยังเป็นประเทศเดียวที่ตรึงราคาดีเซลไว้ได้นานที่สุดก่อนหน้านี้
เพิ่มทางเลือกน้ำมันราคาต่ำ B10 และ B20 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพ กระทรวงพลังงานเตรียมผลักดันการใช้ไบโอดีเซลที่มีราคาถูกกว่าเป็นทางเลือก ได้แก่:
- น้ำมันดีเซล B10: สำหรับรถยนต์ทั่วไป คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 1 เดือน
- น้ำมันดีเซล B20: สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 1 สัปดาห์
ปรับโครงสร้างราคาแก๊สโซฮอล์ จูงใจใช้ E20 ประหยัด 5 บาท ในส่วนของกลุ่มเบนซิน จะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลิตรละ 1 บาท แต่จะปรับลดราคา E20 ลงลิตรละ 79 สตางค์ ส่งผลให้ส่วนต่างราคาระหว่างแก๊สโซฮอล์ทั่วไปกับ E20 ห่างกันถึง 5 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตเอทานอลในประเทศอีกด้วย
เร่งแก้ปัญหาปั๊มน้ำมันขาดแคลน สำหรับปัญหาสถานีบริการน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้คลังน้ำมันเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และ กทม. เพื่อผ่อนปรนกฎระเบียบการเดินรถขนส่งน้ำมัน ให้สามารถกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการได้อย่างรวดเร็วและเพียงพอต่อความต้องการ
ทั้งนี้ รมว.พลังงาน ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด พร้อมย้ำว่าอย่าตื่นตระหนกจนกักตุนน้ำมัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดการขาดแคลนในวงกว้างและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหากเก็บรักษาอย่างไม่เหมาะสม







