ศึกชิงน้ำมันดิบรัสเซีย! อินเดีย-จีน เปิดศึกนอกรอบ หลังสงครามอิหร่านทำเส้นทางขนส่งอัมพาต

ศึกชิงน้ำมันดิบรัสเซีย! อินเดีย-จีน เปิดศึกนอกรอบ หลังสงครามอิหร่านทำเส้นทางขนส่งอัมพาต

วิกฤตสงครามอิหร่านและการปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซ กำลังบีบให้สองมหาอำนาจผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ของโลกอย่าง “อินเดีย” และ “จีน” ต้องหันมาเปิดศึกแย่งชิงทรัพยากรน้ำมันดิบที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยมี “น้ำมันรัสเซีย” เป็นเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานท่ามกลางภาวะตลาดตึงตัว

เมื่อช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่ทางผ่านที่ปลอดภัย

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยยอดการนำเข้าของจีนผ่านเส้นทางนี้ลดลงเหลือเพียง 222,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน จากเดิมที่เคยสูงถึง 4.45 ล้านบาร์เรลต่อวัน

เช่นเดียวกับอินเดียที่ยอดนำเข็าลดฮวบจาก 2.8 ล้านบาร์เรลในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือเพียง 247,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนนี้

รัสเซีย: บ่อเกิดพลังงานทางเลือกที่เป็นความหวัง

เมื่อน้ำมันจากตะวันออกกลางติดขัด ทั้งสองประเทศจึงมุ่งเป้าไปที่น้ำมันดิบจากรัสเซียซึ่งมีราคาถูกและพร้อมส่งมอบ โดยในเดือนเมษายนนี้ ทั้งอินเดียและจีนต่างทำสถิตินำเข้าน้ำมันรัสเซียอยู่ที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่ากัน ถือเป็นการแข่งขันแบบ “หมัดต่อหมัด” เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่หายไป

อินเดียตกที่นั่งลำบากกว่าจีน

นักวิเคราะห์มองว่าอินเดียมีความเปราะบางมากกว่า เนื่องจากมีคลังน้ำมันสำรองใช้ได้เพียง 30 วัน ขณะที่จีนมีคลังสำรองที่รองรับการใช้งานได้นานถึง 3-4 เดือน

นอกจากนี้ จีนยังมีแต้มต่อจากการที่รัฐวิสาหกิจพลังงานยักษ์ใหญ่กลับเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัวหลังจากสหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราว ทำให้อินเดียต้องเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าเดิมในการแย่งชิงน้ำมันดิบรัสเซียล็อตใหม่

ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย

แม้ก่อนหน้านี้อินเดียจะพยายามลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซียตามแรงกดดันจากสหรัฐฯ เพื่อแลกกับข้อตกลงทางการค้า แต่สถานการณ์สงครามทำให้ความมั่นคงทางพลังงานต้องมาก่อน ทางด้านซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญ แม้จะมีการส่งออกให้อินเดียบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดจีนมากกว่า เนื่องจากมีการลงทุนในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ร่วมกับปักกิ่ง

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ท่ามกลางเปลวไฟแห่งสงครามในตะวันออกกลาง พลังงานได้กลายเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ที่อินเดียและจีนไม่อาจเพลี่ยงพล้ำได้ และน้ำมันจากรัสเซียจะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในสมรภูมิเศรษฐกิจนี้ต่อไป

ญี่ปุ่น ยกเลิกแบนส่งออกอาวุธร้ายแรง ยุติยุคสันตินิยมหลังสงครามโลก

Scroll to Top