กระทรวงพลังงานเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าครั้งใหญ่เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมเตรียมใช้เวทีงานประชุมและนิทรรศการระดับโลก “Gastech 2026” เชื่อมต่อนวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านพลังงานและเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งภูมิภาค
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกภาคส่วน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงพลังงานจึงมุ่งเน้นการวางระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพและจ่ายไฟได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนการขยายโครงข่ายและประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรทั้งน้ำและพลังงาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและภาระของประชาชน
ยุทธศาสตร์สำคัญที่กระทรวงพลังงานกำลังเร่งดำเนินการ ได้แก่ การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น การส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงาน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระดับภูมิภาค นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อกำกับดูแลและกำหนดกรอบทิศทางการเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ โดยยังคงรักษาความมั่นคงทางพลังงานและการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างสมดุล
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Gastech 2026” ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ รวมถึงรัฐมนตรี ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำด้านเทคโนโลยี และนักลงทุน เพื่อแลกเปลี่ยนและร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน ตั้งแต่นวัตกรรมไฮโดรเจน โซลูชันลดคาร์บอน การเดินเรือสีเขียว ไปจนถึงระบบไฟฟ้าอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับภาคพลังงาน
เอกนัฏ ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้โจทย์ด้านพลังงานมีความซับซ้อนขึ้นอย่างมาก เวที Gastech 2026 จึงเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับสากล นำเข้าเทคโนโลยีล้ำสมัย และดึงดูดเม็ดเงินลงทุน เพื่อสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
–จีนติดตั้ง ‘โซลาร์เซลล์’ แซงหน้า ‘ถ่านหิน’ สำเร็จเป็นครั้งแรก







