ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยสรุปภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่ายังคงมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพสูง โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อและผลการดำเนินงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก
สินเชื่อธุรกิจใหญ่โตสวนทาง SMEs-รายย่อยยังหดตัว
ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ในไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวได้เล็กน้อยที่ร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่กลับมาขยายตัว เนื่องจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
ในทางกลับกัน สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
คุณภาพสินเชื่อทรงตัว-คุมเข้มมาตรการเชิงป้องกัน
สำหรับตัวเลขหนี้เสีย หรือ NPL (Stage 3) ในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 535.8 พันล้านบาท ถือว่าค่อนข้างทรงตัว โดยปริมาณ New NPL มีทิศทางชะลอตัวลงในทุกพอร์ต ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.85
ขณะที่สินเชื่อที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือ Stage 2 ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 7.0 โดยหลักมาจากกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับการปรับชั้นคุณภาพที่ดีขึ้น และลูกหนี้บางส่วนสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ซึ่งเป็นผลจากการที่ธนาคารพาณิชย์ยังคงให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ในเชิงป้องกัน (Pre-emptive) ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณเชิงลบ
กำไรสุทธิลดลง ผลกระทบจากดอกเบี้ยขาลงและการตั้งสำรอง
ด้านผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ พบว่ากำไรสุทธิปรับลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุมาจาก:
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- การช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย”
- ธนาคารพาณิชย์บางแห่งมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
จับตาความเปราะบางภาคครัวเรือน-หนี้ต่อ GDP ขยับขึ้น
ธปท. ประเมินว่าในระยะต่อไป ภาวะเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มชะลอตัวและมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยสงคราม ทำให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนมีความเปราะบางมากขึ้นจากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้และคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ จึงยังคงต้องติดตามกลุ่มลูกหนี้ SMEs และภาคครัวเรือนอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากปัจจัยชั่วคราวในการเร่งใช้จ่ายผ่านสินเชื่อบัตรเครดิตและการเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มาตรการลดภาระหนี้ของทางการและการสนับสนุนสภาพคล่องจากสถาบันการเงิน จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบรรเทาปัญหาให้กับกลุ่มเปราะบางเหล่านี้







