สัญญาณอันตราย! ปวดหลังร้าวลงขา อาจเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” แพทย์เตือน! ละเลยเสี่ยงพิการ-เดินไม่ได้

สัญญาณอันตราย! ปวดหลังร้าวลงขา อาจเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” แพทย์เตือน! ละเลยเสี่ยงพิการ-เดินไม่ได้

อาการ “ปวดหลังร้าวลงขา” ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรปล่อยผ่าน โดยเฉพาะในยุคที่คนวัยทำงานต้องนั่งติดเก้าอี้เป็นเวลานาน หรือผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมตามวัย นพ.วรายุทธ แสงสุวรรณ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ผู้ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิมุต ได้ออกมาเตือนว่า อาการดังกล่าวคือสัญญาณเตือนของ “ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยและรุนแรงที่สุดของอาการปวดร้าวลงขา หากไม่รีบรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจนถึงขั้นกล้ามเนื้ออ่อนแรง พิการ หรือเดินไม่ได้

ทำความเข้าใจ “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ตัวการความปวด

อาการปวดหลังที่ร้าวลงไปถึงขา มักเป็นอาการปวดแปลบคล้ายไฟช็อต แสบร้อน หรือมีอาการชาตามแนวขา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหมอนรองกระดูกสันหลังเกิดความเสื่อมหรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม จนไปกดทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกมีลักษณะคล้ายเบาะคั่นระหว่างกระดูกสันหลัง ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น เมื่อเกิดความผิดปกติจึงส่งผลกระทบต่อระบบประสาทโดยตรง

กลุ่มเสี่ยงและพฤติกรรมทำร้ายกระดูกสันหลัง

แม้ภาวะนี้จะเกิดได้กับคนทุกวัย แต่พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันกลับเพิ่มภาระและแรงกดต่อกระดูกสันหลังอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่ความเสื่อม โดยกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่:

  • พนักงานออฟฟิศ ที่ต้องนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน
  • ผู้ใช้แรงงาน/ผู้ที่ยกของหนัก เป็นประจำ
  • นักกีฬา ที่ต้องใช้แรงมาก
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน
  • ผู้สูงอายุ ที่กระดูกสันหลังเริ่มเสื่อมตามวัย
  • ผู้ที่นั่งหลังงอ หรือก้มตัวบ่อย ๆ

ปวดหลังร้าวลงขา สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

หากปล่อยอาการปวดหลังร้าวลงขาไว้นาน อาการอาจไม่ทุเลาและเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่รุนแรง และควรรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่:

  • ปวดร้าวลงขาอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน
  • มีอาการชาหรือแสบร้อนบริเวณขาอย่างต่อเนื่อง
  • กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง หรือยกขาไม่ขึ้น
  • ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะและอุจจาระได้

แนวทางการรักษาอาการปวดหลังร้าวลงขา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ในระยะแรกหรืออาการไม่รุนแรง แพทย์จะเริ่มจากการใช้ยา เช่น ยาลดการอักเสบ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด หากอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 6–8 สัปดาห์ อาจพิจารณาฉีดยาเข้าโพรงประสาทสันหลังเพื่อลดการอักเสบ แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง มีการกดทับเส้นประสาทชัดเจน หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น

ป้องกันก่อนปวด: ปรับพฤติกรรม สร้างเกราะป้องกันกระดูกสันหลัง

นายแพทย์วรายุทธ เน้นย้ำว่า การป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรกคือหัวใจสำคัญ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน:

  1. ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์เพื่อลดแรงกดต่อหมอนรองกระดูก
  2. หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนาน โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ควรลุกยืดเส้นทุก 30–60 นาที
  3. ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง เช่น ท่า Bridge หรือ Plank
  4. ยกของให้ถูกท่า โดยการ “ย่อเข่า” แทนการ “ก้มหลัง”
  5. ปรับท่านั่งทำงาน ให้หลังตรง วางเท้าราบกับพื้น และเลือกใช้อุปกรณ์ที่ช่วยรองรับแนวโค้งธรรมชาติของกระดูกสันหลัง (Lumbar Support)

“อย่ามองว่าอาการปวดหลังร้าวลงขาเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะมันคือสัญญาณเตือนว่าเส้นประสาทกำลังถูกทำร้าย หากมีอาการควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องกังวล” นพ.วรายุทธ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์กระดูกและข้อ ชั้น 4 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 02-079-0060

ผู้เชี่ยวชาญย้ำ RSV นอกฤดูกาล ยังน่าห่วง แนะ ‘เด็กคลอดก่อนกำหนด-กลุ่มเสี่ยง’ ต้องฉีด ‘ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป’ ตั้งแต่แรกเกิด ลดเสี่ยงอาการรุนแรงถึงชีวิต

Related Posts

Scroll to Top