“บำรุงราษฎร์” ผงาด ศูนย์ข้อเสื่อมฯ อันดับ 1 เอเชีย ชู 3 มิติการดูแลด้วยนวัตกรรม คืนคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

"บำรุงราษฎร์" ผงาด ศูนย์ข้อเสื่อมฯ อันดับ 1 เอเชีย ชู 3 มิติการดูแลด้วยนวัตกรรม คืนคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการรักษาโรคกระดูกและข้อในระดับภูมิภาคเอเชีย ด้วยการยกระดับ ‘ศูนย์ข้อเสื่อมและข้อเทียมขั้นแอดวานซ์’ (Advanced Arthritis & Arthroplasty Center – AAA) หลังได้รับการจัดอันดับจาก Newsweek ให้ครองอันดับ 1 โรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2025 ด้านการผ่าตัดเข่าและผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม รวมถึงการผ่าตัดสะโพกและผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม พร้อมเปิดตัว 3 มิติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมอย่างครบวงจร ตั้งเป้าคืนอิสระในการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วย ผ่านงานแถลงข่าว “Move Freely, Live Fully”

สถานการณ์น่าห่วง: ไทยสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ-โรคข้อเสื่อมคุกคามกว่า 6 ล้านคน

แบร์รี่ วอล์ฟแมน Senior Executive Director of Operations โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 20.7% ของประชากร หรือราว 13.65 ล้านคน ทำให้โรคข้อเสื่อมซึ่งสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่ทวีความรุนแรง สอดรับกับข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2019 ที่ระบุว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมราว 528 ล้านคน โดย 73% มีอายุมากกว่า 55 ปี และ 60% เป็นผู้หญิง ขณะที่ในประเทศไทย มีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่า 6 ล้านคน และที่น่ากังวลคือ จากการศึกษาพบว่า 70% ของผู้ที่มีอาการปวดเข่าไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้นในระยะยาว

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะคืนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงได้ก่อตั้ง “ศูนย์ข้อเสื่อมและข้อเทียมขั้นแอดวานซ์” โดยมี ศ.นพ. อารี ตนาวลี เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ

โดย ศ.นพ. อารี กล่าวว่า “ปัญหาโรคข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัยทำงานที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตแบบนั่งนาน ไม่ค่อยขยับร่างกาย หรือเล่นกีฬาผิดท่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเร่งให้เกิดภาวะข้อเสื่อมเร็วขึ้นได้ ทำให้ปัญหาข้อเสื่อมกลายเป็นเรื่องของคนทุกวัย และหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ความเสื่อมจะนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่ติดขัด ข้อผิดรูป และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก”

3 มิติการดูแล สู่มาตรฐานโลก ณ ศูนย์ข้อเสื่อมและข้อเทียมขั้นแอดวานซ์ บำรุงราษฎร์

ความสำเร็จในการครองอันดับ 1 ในเอเชียจาก Newsweek สะท้อนความมุ่งมั่นของบำรุงราษฎร์ในการพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ข้อเสื่อมและข้อเทียมขั้นแอดวานซ์ (AAA) ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุม ผ่าน 3 มิติสำคัญ:

  1. ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการทำงานร่วมกัน (Expertise & Teamwork): ศูนย์ฯ ประกอบด้วยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพภายใต้ระบบ Case Conference เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ และมี Monthly Monitoring Meeting เพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาและคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง
  2. นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผ่าตัดขั้นสูง (Advanced Technology & Techniques):
    • การผ่าตัดแผลเล็กและเทคนิคคุมปวดแบบพิเศษ: ศูนย์ฯ ผสมผสานเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS) ร่วมกับเทคนิคคุมปวดแบบพิเศษ (Minimal Pain Arthroplasty) ที่เรียกว่า Opioid-Free Anesthesia ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่ช่วยลดหรือไม่ใช้มอร์ฟีนเลย ทำให้ลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว สามารถลุกเดินได้ภายใน 10 ชั่วโมง
    • เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Joint Replacement): ผศ.นพ. สีหธัช งามอุโฆษ แพทย์เฉพาะทางฯ เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งของข้อเทียมในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (THR) การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน แผลผ่าตัดเล็ก ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ การทำงานร่วมกับเทคโนโลยี CT 3D Pre-Operative Planning ยังช่วยให้แพทย์วางแผนและดำเนินการผ่าตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น
    • ความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดเคสซับซ้อนและการผ่าตัดซ้ำ: นพ. ชาลี สุเมธวานิชย์ แพทย์เฉพาะทางฯ กล่าวถึงความพร้อมในการผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกในกรณีที่มีความซับซ้อนสูง (Complex Primary Joint Replacement) เช่น ผู้ป่วยข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด ข้อผิดรูป กระดูกบาง หรือเคยติดเชื้อ รวมถึงการผ่าตัดซ่อมเสริมหรือเปลี่ยนข้อเทียมใหม่ (Revision Joint Replacement Surgery) ซึ่งมีความซับซ้อนสูงและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
  3. การดูแลเฉพาะบุคคลและผลลัพธ์การรักษาที่เป็นเลิศ (Personalized Care & Excellent Outcomes):
    • เส้นทางการดูแลผู้ป่วยที่ราบรื่น (Seamless Patients Journey): นพ. สุรพจน์ เมฆนาวิน แพทย์เฉพาะทางฯ กล่าวถึงแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมและเฉพาะบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงการฟื้นฟูและติดตามผล เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย ฟื้นตัวไว ลดภาวะแทรกซ้อน และลดระยะเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาล
    • ผลลัพธ์ทางคลินิกที่โดดเด่น: ศูนย์ฯ มีอัตราการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดเพียง 0.69% (เทียบกับโรงพยาบาลชั้นนำในสหรัฐอเมริกา 1.03%), อัตราการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล อยู่ที่ 0.40% (เทียบกับ 1.62% ในสหรัฐฯ), และอัตราการกลับมาผ่าตัดซ้ำภายใน 30 วัน อยู่ที่ 0% (เทียบกับ 1.18% ในสหรัฐฯ)
    • โปรแกรมการฟื้นฟูที่ชัดเจน (Milestone Recovery Program): เน้น 3 เกณฑ์หลักก่อนผู้ป่วยกลับบ้าน ได้แก่ ความปลอดภัยสูงสุด (Patient Safety) การฟื้นฟูให้เคลื่อนไหวได้ดี (Patient Ability) และสร้างความมั่นใจในการกลับไปใช้ชีวิต (Patient Confidence) โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยสามารถลุกเดินด้วยตนเองโดยใช้อุปกรณ์ช่วยเดินในระยะทางอย่างน้อย 15 เมตร ภายใน 3 วันหลังการผ่าตัด

การยกระดับศูนย์ข้อเสื่อมและข้อเทียมขั้นแอดวานซ์ พร้อมด้วยการยอมรับในระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในการมอบการดูแลรักษาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อคืนอิสระในการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน

สธ. เปิดตัว “รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่” นวัตกรรมเชิงรุกถึงหน้าบ้าน ตอบโจทย์สังคมสูงวัย ลดแออัดโรงพยาบาล

Scroll to Top