ภาวะ “หัวใจโต” (Cardiomegaly) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก
ภาวะหัวใจโตคืออะไร? เกิดจากอะไร?
ภาวะหัวใจโตคือภาวะที่หัวใจมีขนาดใหญ่ พองโต หรือหนากว่าปกติ ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ทำให้มีเลือดคั่งค้างในห้องหัวใจมาก สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือลิ้นหัวใจรั่ว
สัญญาณเตือน! อาการที่ควรไปพบแพทย์
หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย:
- เจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเวลานอน
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือใจสั่น
- เวียนศีรษะ
- อ่อนเพลียง่าย
- เหนื่อย หอบ หรือหายใจถี่
ใครบ้าง? ที่มีความเสี่ยงภาวะหัวใจโต
บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ควรใส่ใจสุขภาพหัวใจเป็นพิเศษ:
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคลิ้นหัวใจรั่ว
- ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง
- สมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ
ป้องกันได้! แนวทางลดความเสี่ยงภาวะหัวใจโต
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจโตได้:
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง
- งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง
อย่าประมาท! ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ
การเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจโต ช่วยให้ค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงในระยะยาว
บทความโดย แพทย์หญิง กาญจนา อักษรวรนารถ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล
–ม.เซนต์จอร์จ ผนึกกำลังผลิตแพทย์รุ่นใหม่ รับมือความท้าทายสุขภาพโลก เนื่องในวันสุขภาพโลก 2025



