เจาะลึก Smart Hospital รามาธิบดี พลิกโฉมการแพทย์ไทย ใช้ AI และหุ่นยนต์ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย

เจาะลึก Smart Hospital รามาธิบดี พลิกโฉมการแพทย์ไทย ใช้ AI และหุ่นยนต์ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางแนวโน้มผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงเดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี” เพื่อวางรากฐานระบบการแพทย์แห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด Smart Hospital ยกระดับการรักษาพยาบาลด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และระบบ Internet of Things (IoT) เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้รวดเร็ว แม่นยำ และทั่วถึงยิ่งขึ้น

ถอดสูตรแนวคิด Smart Hospital เทคโนโลยีคือกุญแจเพิ่มเวลาและโอกาสให้ผู้ป่วย

การขับเคลื่อนสู่ Smart Hospital ของโรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีในฐานะ “ผู้ช่วย” คนสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อลดระยะเวลาการรอคอย เพิ่มความแม่นยำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ผ่านนวัตกรรมหลัก 3 ด้าน ดังนี้

  • ระบบหุ่นยนต์ช่วยจัดยา (Automated Dispensing Pharmacy System): เปิดใช้งานที่ห้องจัดยาผู้ป่วยนอกระบบอัตโนมัติ ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ นวัตกรรมนี้สามารถลดเวลารอรับยาของผู้ป่วยจากเดิมเฉลี่ยมากกว่า 1 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 20 นาที ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล และลดความเหนื่อยล้าของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่เดินทางไกล นอกเหนือจากนี้ยังมีแผนนำ Humanoid Robot หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยในอนาคตด้วย
  • หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot-Assisted Surgery): นำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อน โดยเฉพาะกลุ่มโรคมะเร็งตับอ่อน ท่อน้ำดี และมะเร็งลำไส้ ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ตัวหุ่นยนต์สามารถเข้าถึงอวัยวะภายในที่มีพื้นที่จำกัดและมองเห็นได้ยาก พร้อมระบบภาพขยายที่ชัดเจนกว่าสายตามนุษย์ถึง 10 เท่า ช่วยให้แพทย์เย็บแผลและห้ามเลือดได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของศัลยแพทย์เนื่องจากสามารถนั่งควบคุมการผ่าตัดได้ แทนการยืนติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • อุปกรณ์ IoT ติดตามสุขภาพ Real-Time: เช่น อุปกรณ์ติดตามระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง (Continuous Glucose Monitoring หรือ CGM) ที่ส่งข้อมูลเข้าสมาร์ทโฟนได้ทันทีโดยไม่ต้องเจาะเลือดปลายนิ้วบ่อยครั้ง และอุปกรณ์ติดตามการเต้นของหัวใจขนาดพกพา ช่วยให้แพทย์ติดตามข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องแม้จะอยู่นอกโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนและรักษาได้ทันท่วงที

ขับเคลื่อน AI ทางการแพทย์ด้วย RAMAAI CXR Solution ฝีมือคนไทย

นอกเหนือจากหุ่นยนต์และ IoT แล้ว ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ยังมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์ โดยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของรามาธิบดีคือ “RAMAAI (ระไม) CXR Solution” AI อัจฉริยะที่ทำหน้าที่ช่วยแพทย์วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอกและคัดกรองความผิดปกติได้ถึง 16 ประเภท

นวัตกรรม RAMAAI พัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลภาพเอกซเรย์ทรวงอกของผู้ป่วยชาวไทยมากกว่า 2 ล้านภาพ (คิดเป็นข้อมูลสรีระของคนไทยกว่า 99%) และผ่านการปรับจูนโดยรังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน มากกว่า 15–20 ครั้ง ทำให้มีความแม่นยำสูงเมื่อนำมาใช้งานจริง ส่งผลให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐาน ISO13485 ในฐานะผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ ช่วยลดเวลาการรอคอย และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐานได้ง่ายขึ้น

ร่วมสร้างการแพทย์แห่งอนาคตเพื่อทุกชีวิต

เบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มสู่ Smart Hospital เพื่อรองรับความท้าทายด้านสุขภาพของประเทศ จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และการพัฒนาบุคลากร มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงได้ตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การขยายพื้นที่โรงพยาบาล แต่คือการเพิ่มโอกาส รอดชีวิต และส่งต่อความหวังให้กับระบบสาธารณสุขไทยอย่างยั่งยืน

รพ.วิมุต ครบรอบ 5 ปี กางโรดแมปทรานส์ฟอร์มสู่ “Integrated Specialty Hospital” ลุยรักษา 5 กลุ่มโรคยาก-ซับซ้อน โชว์รายได้ไตรมาสแรกพุ่ง 19%

Scroll to Top