อุตสาหกรรมทองคำไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการยกระดับประเทศสู่การเป็น ศูนย์กลางทองคำระดับโลก (Global Gold Hub) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเป็นตลาดที่มี อุปสงค์ทองคำทางกายภาพ (Physical Delivery) ที่แข็งแกร่งและโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตัวเลขการนำเข้าทองคำที่สูงถึง 70-100 ตันต่อปี และพุ่งทะลุ 200 ตัน ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ตอกย้ำถึงกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยที่ต้องการถือครองทองคำจริง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในตลาดโลก
นอกจากนี้ การซื้อขายทองคำในไทยยังไม่ถูกจัดเก็บภาษี ทำให้เกิดความได้เปรียบในการลงทุนและการเก็งกำไรอย่างชัดเจน
ความท้าทายและกลไกในมิติต้นน้ำ (การผลิต)
บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ประกอบการต้นน้ำ ชี้ให้เห็นว่า แม้ราคาทองคำที่พุ่งสูงจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แต่การขยายกำลังการผลิตทำได้จำกัดด้วยข้อจำกัดทางธรณีวิทยา โดยปัจจุบันกำลังผลิตอยู่ที่ประมาณ 96,000 ออนซ์ต่อปี ความท้าทายใหญ่จึงอยู่ที่การบริหารจัดการทรัพยากรที่ต้อง อยู่ร่วมกับชุมชน (Co-existing Resource) ในพื้นที่เหมือง
อย่างไรก็ตาม ภาคต้นน้ำได้แสดงความรับผิดชอบผ่านแนวคิด Responsible Mining และการประยุกต์ใช้หลักการ ESG อย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านสังคม (Social) ผ่านการจัดสรร ค่าภาคหลวง ในอัตราร้อยละ 20 ของรายได้ ซึ่ง 60% ของเงินจำนวนนี้จะถูกส่งคืนกลับสู่ท้องถิ่นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เหมือง
ยิ่งไปกว่านั้น การนำ นวัตกรรมหางแร่ (Tailings Innovation) มาใช้ประโยชน์ถือเป็นก้าวสำคัญ โดยอัคราฯ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยนำ หางแร่ ซึ่งถูกจัดเป็น “ทรัพยากรที่มีค่า” ไม่ใช่ “ของเสีย” มาผลิตเป็น อิฐบล็อก และวัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นอันตราย เพื่อสร้าง วิสาหกิจชุมชน ลดพื้นที่กองเก็บขยะ และเตรียมศึกษาต่อยอดสู่การเป็นวัสดุที่ช่วยดักจับคาร์บอน สร้างโอกาสในการรับรอง Carbon Credit ในอนาคต
ยกระดับสู่มาตรฐานสากลและภูมิภาค (กลางน้ำ-ปลายน้ำ)
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT และผู้ค้าทองคำอย่าง ห้างทองแม่ทองสุข ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานเพื่อก้าวสู่ระดับสากล แม้ว่าราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอัญมณี แต่ก็กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมวัสดุทดแทนใหม่ ๆ
GIT มั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการบรรลุข้อกำหนดของ LBMA (London Bullion Market Association) ภายใน 1-2 ปี ผ่านการสร้าง GIT Standard และความพร้อมด้านการถลุงทองคำ (Refinery)
- โอกาสการเป็นศูนย์กลางรีไฟเนอรี่ระดับภูมิภาค: ไทยสามารถใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ในการเป็น Hub สำหรับการถลุง ทองคำกึ่งสำเร็จรูป (Dore) จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีเหมืองทองคำ เช่น สปป.ลาว โดยนำเข้าวัตถุดิบมาแปรรูปในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าและการส่งออก และเสริมความได้เปรียบด้าน Country of Origin Content
- เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): ผู้ประกอบการไทยยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยมีการนำ ทองเก่า มาเข้าสู่กระบวนการหลอมและรีไซเคิลเพื่อดึงความบริสุทธิ์ของทองคำให้ได้มาตรฐาน 99.99% หรือเทียบเท่า Green Gold เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การผลักดันอุตสาหกรรมทองคำไทยสู่การเป็น Gold Hub ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มปริมาณการผลิตหรือการซื้อขาย แต่ต้องครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง นโยบายภาครัฐ ที่เอื้อต่อการสำรวจและผลิตแร่ในพื้นที่ที่มีความสมดุล การเร่งสร้างมาตรฐานระดับสากล เช่น LBMA รวมถึงการสนับสนุน นวัตกรรมรักโลก ที่ใช้หางแร่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การบูรณาการความร่วมมือระหว่างต้นน้ำ (อัคราฯ) กลางน้ำ (GIT, ผู้ถลุง) และปลายน้ำ (ผู้ค้า) อย่างเป็นระบบ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทองคำไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเต็มศักดิ์ศรีในฐานะ “สุวรรณภูมิ” หรือแผ่นดินแห่งทองคำ







