กรมศุลกากร เผยสถิติการจัดเก็บภาษี 7 เดือนทะลุเป้า 3 แสนล้าน

306 views

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึง ผลการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรปีงบประมาณ 2562 จนถึงปัจจุบัน (1 ตุลาคม 2561 – 21 พฤษภาคม 2562) รวมทั้งสิ้น 385,070 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จัดเก็บแทนหน่วยงานอื่น จำนวน 315,394 ล้านบาท มีสัดส่วนร้อยละ 82 ของรายได้ที่จัดเก็บรวมมีการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17,772 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.0 และรายได้ศุลกากรจัดเก็บได้จำนวน 69,676 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 6,355 ล้านบาท (ประมาณการ 63,321 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 10.0 สูงกว่าคาดการณ์ 1,536 ล้านบาท (คาดการณ์ 68,140 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 2.3 และสูงกว่าปีก่อน 291 ล้านบาท (ปีก่อน 69,384 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 0.4

ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 ผลการจัดเก็บรายได้ศุลกากรสูงกว่าประมาณการ สูงกว่าคาดการณ์และสูงกว่าปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก สินค้าประเภทยานยนต์และส่วนประกอบ จัดเก็บเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,742 ล้านบาท ร้อยละ 21.2 เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบ จัดเก็บเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 585 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.9 และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ จัดเก็บเพิ่มขึ้น 485 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.1

ทั้งนี้ กรมศุลกากรยังคงดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ เพื่ออุดรอยรั่วไหลในการจัดเก็บภาษีอากรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีงบประมาณ 2562 กรมศุลกากรจะสามารถจัดเก็บรายได้ประมาณ 108,500 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ และสูงกว่าคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง โดยการจัดเก็บรายได้อาจใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ว่ามูลค่าการนำเข้าอาจหดตัวลงตามการชะลอตัวของภาคการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังก็ตาม

สำหรับสถิติผลการตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องของกรมศุลกากร ปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 – ปัจจุบัน) พบการกระทำความผิด 18,989 คดี มูลค่า 1,448,465,122 บาท (หนึ่งพันสี่ร้อยสี่สิบแปดล้านสี่แสนหกหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยยี่สิบสองบาท) แบ่งตามประเภทฐานความผิด ดังนี้

ความผิดคดีลักลอบ จำนวน 3,778 คดี คิดเป็นอากรศุลกากร 39,706,791 บาท ภาษีสรรพสามิต 42,945,732 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 12,695,548 บาท

ความผิดหลีกเลี่ยงราคาต่ำ จำนวน 7,760 คดี คิดเป็นอากรศุลกากร 15,839,905 บาท ภาษีสรรพสามิต 462,123 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,026,912 บาท

ความผิดหลีกเลี่ยงตรวจสอบเอกสาร จำนวน 28 คดี คิดเป็นอากรศุลกากร 56,021,272 บาท ภาษีสรรพสามิต 3,114,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10,493,450 บาท

ความผิดหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัด จำนวน 1,293 คดี คิดเป็นอากรศุลกากร 15,529,514 บาท ภาษีสรรพสามิต 434,365 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,158,516 บาท

ความผิดหลีกเลี่ยง สำแดงเท็จ จำนวน 6,130 คดี คิดเป็นอากรศุลกากร 98,676,402 บาท ภาษีสรรพสามิต 576,040 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 21,043,326 บาท รวม จำนวน 18,989 คดี คิดเป็นอากรศุลกากร 225,773,883 บาท ภาษีสรรพสามิต 47,532,260บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 54,417,752 บาท

ด้านนายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยถึง ยุทธศาสตร์ขององค์การศุลกากรโลกว่า ในปัจจุบันและในปีหน้าองค์การศุลกากรโลกยังคงมุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การอำนวยความสะดวกทางการค้า การป้องปราม/ปกป้องสังคม และการเพิ่มศักยภาพการทำงานของบุคลากรในส่วนของการอำนวยความสะดวกทางการค้า องค์การศุลกากรโลกได้มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกนำความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้าขององค์การการค้าโลก (WTO TFA) มาใช้ปฏิบัติ เสริมสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานศุลกากรและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าส่งออก ทั้งนี้ องค์การศุลกากรโลกได้อยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงอนุสัญญาว่าด้วยการทำพิธีการศุลกากรให้ง่ายและเป็นรูปแบบเดียวกัน (Revised Kyoto Convention) ให้ทันสมัย สอดคล้องกับธุรกรรมการค้าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อนุสัญญาฯ นี้อาจถือได้ว่าเป็นแม่บทของพิธีการศุลกากรที่ศุลกากรต่าง ๆ ยึดถือในการพัฒนาพิธีการศุลกากรในประเทศของตนในส่วนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันปราบปรามหรือการปกป้องสังคมนั้น ศุลกากรโลกได้ให้ความสำคัญกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและที่กำลังจะเป็นปัญหาที่สำคัญในอนาคต ซึ่งรวมถึงการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้ายในรูปแบบใหม่ๆ การปราบปรามยาเสพติด การนำเข้าของเสีย/สารพิษที่เป็นอันตราย สัตว์ป่า/พืชที่หายาก รวมถึงการนำเข้าสินค้า e-commerce เป็นต้น ทั้งนี้ องค์การศุลกากรโลกที่มุ่งเน้นที่จะในเรื่องการเสริมสร้างความร่วมมือและการประสานงานระหว่างศุลกากรและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่และการประสานงานด้านข้อมูลให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆ ที่ทันสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งในส่วนของการจัดเก็บรายได้และการปกป้องสังคม

สำหรับยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่มศักยภาพการทำงานให้กับบุคลากรนั้น องค์การศุลกากรโลกมุ่งเน้นที่จะให้บุคลากรของหน่วยงานมีความรู้ ความสามารถและมีทักษะในการทำงาน เพื่อให้บรรลุภารกิจขององค์กรและตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ องค์การศุลกากรโลกได้สนับสนุนสมาชิก โดยการเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้ทางศุลกากรที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการในการจัดประชุม สัมมนา การฝึกอบรม รวมทั้งการส่งวิทยากรที่เชี่ยวชาญมาให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยและศุลกากรประเทศต่างๆ ทั้งนี้ องค์การศุลกากรโลกได้จัดตั้งสำนักงาน (Regional Office of Capacity Building : ROCB) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยซึ่งเป็นผลให้กรมศุลกากรสามารถที่จะประสานความช่วยเหลือด้านการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่และการให้ความร่วมมือกับสำนักงานฯ ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กรมศุลกากรยังคงยึดมั่นในการปกป้องสังคมให้ปลอดภัยด้วยระบบควบคุมทางศุลกากร เพื่อให้มีการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ และพร้อมเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นให้บริการศุลกากรเป็นเลิศ
เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยและเชื่อมโยงการค้าโลก