ซินเน็คฯ เตรียม อวดงบปี 61 โตเกินเป้า ทำรายได้กว่า 3.8 หมื่นลบ. เตรียมปันผลเป็นหุ้นและเงินสด – วางเป้ารายได้ปี 62 โตไม่ต่ำกว่า 12-15%

180 views

ซินเน็คฯ อวดงบปี 61 โกยรายได้กว่า 38,000 ล้านบาท โตจากปีก่อน 18% กำไรสุทธิกว่า 721 ล้านบาท โตเกือบ 16% เกินเป้าหมายที่วางไว้ บอร์ดฯ ไฟเขียวจ่ายปันผลในงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.34 บาท และหุ้นปันผลในอัตรา 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล สะท้อนหุ้นแกร่ง อนาคตสดใส แม่ทัพหญิง “สุธิดา มงคลสุธี” แย้มผลงานปี 62 แรงต่อ มั่นใจ ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์โตต่อเนื่อง รับเทรนด์เทคโนโลยี เตรียมนำสินค้าแบรนด์ใหม่เสริมพอร์ตปีนี้อีกไม่ต่ำกว่า 10 แบรนด์ หนุนเป้ารายได้ปี 62 โต 12-15%

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ผู้นำธุรกิจไอทีรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2561 ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีรายได้จากการขายและให้บริการ 38,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5,769.99 ล้านบาท หรือ 17.79% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,618.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.98 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 1,435.47 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 870.70 ล้านบาท คิดเป็น 2.28% ต่อรายได้จากการขายและบริหาร โดยมีสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็น 2.49% มีกำไรสุทธิ 721.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.65 ล้านบาท คิดเป็น 15.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 623.84 ล้านบาท

ความสำเร็จในปี 2561 เป็นผลจากสินค้าในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าประเภทอุปกรณ์สื่อสาร และสินค้ากลุ่มคอมเมอร์เชียล มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น ตลอดจนการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาด รวมทั้ง การให้บริการที่ครบวงจรทั้งก่อนและหลังการขาย ขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างดีเยี่ยม นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจ

เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2561 ในอัตราหุ้น ละ 0.54 บาท และหุ้นปันผลในอัตรา 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2561 ไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยจะจ่ายเงินปันผลส่วนที่เหลือของปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.34 บาท และหุ้นปันผล ในอัตรา 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล กำหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562

“สำหรับปี 2561 ซินเน็คฯ มียอดขายเติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่ม Device ที่มีสินค้าสมาร์ทโฟนเป็นดาวเด่น ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค รวมถึงการเติบโตในสินค้ากลุ่ม Commercial , Consumer และ Industrial Grade นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มที่ซินเน็คฯ ได้เข้าไปรุกตลาดอย่างเข้มข้นในปีที่ผ่านมา และมีอัตรากำไรที่ค่อนข้างสูง ได้แก่ สินค้ากลุ่ม Gaming , Cloud service , Security และ IoT Vertical สนับสนุนภาพรวมทั้งปี 2561 เติบโตเกินเป้าหมายที่วางไว้ และมองว่า ในปี 2562 จะเป็นโอกาสของซินเน็คฯ ให้เข้าไปรุกในตลาดไอทีทั้งในประเทศไทย และตลาดอินโดไชน่า” นางสาวสุธิดา กล่าว

นางสาวสุธิดา กล่าวต่อถึง แนวโน้มผลประกอบการปี 2562 มั่นใจ ซินเน็คฯ จะเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ตั้งเป้ารายได้เติบโต 12-15% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากสินค้าในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เติบโต การเปิดตัวสินค้าใหม่ ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่จากแบรนด์ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง อาทิ HUAWEI , SAMSUNG , APPLE และแบรนด์น้องใหม่มาแรง neffos รวมถึง การรุกงานโครงการต่างๆ ผลักดันสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ในกลุ่ม Cloud service , Security และ IoT (Internet of Things) เตรียมพร้อมรับเทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการสื่อสารในอนาคต

สำหรับกระแสของตลาด Gaming & E-Sport ยังคงเติบโตแรง ปัจจุบัน ซินเน็คฯ นับเป็นดิสทริบิวเตอร์ไอทีชั้นนำที่มีมูลค่าตลาดสินค้ากลุ่ม Gaming เป็นอันดับที่ 20 ของโลก ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าตลาด Gaming ราว 20,000 ล้านบาท นับเป็นตลาดที่ใหญ่มาก สินค้ามีราคาสูง และอัตรากำไรที่ดี ซินเน็คฯ มียอดขายสินค้ากลุ่ม Gaming ในปี 2561 อยู่ที่ 2 พันล้านบาท ถือเป็น 10% ของตลาด Gaming ในเมืองไทย และเพื่อเป็นการตอกย้ำผู้นำตลาด ล่าสุด จัดงาน “SYNNEX GAMING & ESPORT TOURNAMENT 2019” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในระดับอุดมศึกษา ซึ่งนับเป็นอีกกลยุทธ์ในการรุกตลาดดังกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ซินเน็คฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้แก่ 60 แบรนด์ชั้นนำ และคาดว่า ในปี 2562 จะได้รับการแต่งตั้งให้ซินเน็คฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายอีกไม่ต่ำกว่า 10 แบรนด์ สะท้อนความเชื่อมั่นในฐานะดิสทริบิวเตอร์ไอทีอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี มีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมกว่า 5,000 ตัวแทนจำหน่าย ควบคู่กับบริการหลังการขายกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ