พีทีที โออาร์ เดินหน้าลงทุนธุรกิจคลังและค้าส่งปิโตรเลียม พร้อมขยายแบรนด์พีทีที สเตชั่น แอลพีจี และคาเฟ่ อเมซอน ไปยังประเทศเมียนมา

133 views

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พีทีที โออาร์ ในฐานะบริษัท Flagship ของกลุ่ม ปตท. ด้านการค้าน้ำมันและการค้าปลีก มีวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีพันธกิจในการสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล พีทีที โออาร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินธุรกิจร่วมกับกลุ่มบริษัท คันบาวซา จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศเมียนมา อีกทั้งประเทศเมียนมายังเป็นหนึ่งในประเทศที่ พีทีที โออาร์ มีแผนงานในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกอย่างครบวงจร เนื่องด้วยมีปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในระยะยาว โดยครั้งนี้ มีการลงนามความร่วมมือใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการร่วมทุนธุรกิจคลังและค้าส่งปิโตรเลียม กับ บริษัท ไบรท์เทอร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ในการจัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงการจัดตั้งและบริหารคลังน้ำมัน ท่าเรือ และโรงบรรจุก๊าซหุงต้มแอลพีจี ซึ่งโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในปี 2564 นับเป็นคลังน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเมียนมา มีความจุรวมกว่า 1 ล้านบาร์เรล และมีความจุแอลพีจี รวม 4,500 เมตริกตัน และ โครงการร่วมทุนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและค้าปลีก กับ บริษัท ไบรท์เทอร์ เอนเนอร์ยี่ รีเทล จำกัด โดยจะนำแบรนด์ของ พีทีที โออาร์ ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยมาต่อยอดเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคชาวเมียนมา ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ก๊าซหุงต้มแอลพีจี และร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในประเทศเมียนมา ยังคงเป็นไปภายใต้แนวคิดหลัก “ลีฟวิ่ง คอมมิวนิตี้” (Living Community) เช่นเดียวกันกับในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้เกษตรกร ชุมชนและธุรกิจเอสเอ็มอี ได้ร่วมเติบโตไปพร้อมกับการขยายเครือข่ายสถานีบริการฯ โดยวางเป้าหมายการขยายสถานีฯ ที่ 70 แห่ง ภายในปี 2566 ปัจจุบัน พีทีที โออาร์ มีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น กว่า 2,000 แห่ง ทั้งในประเทศไทย กัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์ สำหรับธุรกิจก๊าซหุงต้มแอลพีจี จะใช้ความโดดเด่นในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยในการเข้าสู่ตลาด โดยมีเป้าการจำหน่ายที่ 1,000 ตันต่อเดือน นอกจากนี้ จะดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ที่คาดว่าจะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดีสอดคล้องกับแนวโน้มความนิยมในการบริโภคกาแฟของผู้บริโภคชาวเมียนมาที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 7 สาขา และจะขยายเป็น 100 สาขา ภายในปี 2566 โดยร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน มีจำนวนกว่า 2,800 สาขา ทั้งในประเทศไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และโอมาน

Social Media

Most Popular

“ดีป้า” เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล Q2/64 ทรงตัว แม้ยังเจอวิกฤตโควิด-19 ชี้มาตรการวัคซีนไม่ชัดเจนกระทบความเชื่อมั่น แนะรัฐเพิ่มบริการดิจิทัลเพื่อให้บริการไม่สะดุด

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories

On Trend

Related Posts