สั่งตั้งคณะทำงานลุยสอบความผิดปกติสหกรณ์ลดเสี่ยงเกิดความเสียหาย

61 views

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการฟื้นฟูกิจการและการปฏิบัติของเจ้าหนี้บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)โดยมีตัวแทนสหกรณ์เจ้าหนี้ทั้ง 85+1 สหกรณ์ วงเงิน 43,000 ล้านบาท เข้าร่วมรับฟังทั้งในที่ประชุมและผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอร์เรนท์ โดยกล่าวว่า การประชุมในวันนี้เพื่อให้สหกรณ์แต่ละแห่งมีความเข้าใจในแนวทางฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่จะกลับไปหารือและตัดสินใจกันเองในกลุ่มสหกรณ์ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไปในฐานะเจ้าหนี้ของการบินไทย ซึ่งเชื่อว่าสหกรณ์เจ้าหนี้จะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ

โดยเฉพาะการลดหนี้(แฮร์คัท) มองว่าสหกรณ์ไม่น่าจะยินยอมให้เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเงินออมของสมาชิก แต่หากเป็นการลดดอกเบี้ยก็น่าจะเป็นแนวทางที่พอจะพิจารณาได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสหกรณ์ และตนเองในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ก็พร้อมให้การช่วยเหลือนอกจากนี้ได้ทำหนังสือสั่งการไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบและกำกับดูแลสหกรณ์ขนาดใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เพื่อป้องกันการดำเนินงานที่มีความสุ่มเสี่ยงสร้างความเสียหายให้กับสมาชิก โดยให้เป็นคณะทำงานตรวจสอบจากส่วนกลางเข้าไปดำเนินการตรวจสอบสหกรณ์ที่มีข้อบกพร่อง มีความเสี่ยงต่อการทุจริต และบริหารงานที่เสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายให้กับสมาชิกจำนวนมาก

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า แนวทางช่วยเหลือสหกรณ์จากกรณีการบินไทย ได้เตรียมแผนไว้รองรับ 3-4 แนวทาง ซึ่งวันนี้ทางสหกรณ์ต่าง ๆ อาจมีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาหารือและนำไปสู่การตัดสินใจในฐานะเจ้าหนี้ / ส่วนการตั้งคณะทำงานตรวจสอบและกำกับดูแลการทำงานของสหกรณ์ขนาดใหญ่ รวมถึงนายทะเบียนสหกรณ์แต่ละแห่งตามคำสั่ง รมช.เกษตรฯ ขณะนี้ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดดังกล่าวแล้วำ

โดยมอบหมายให้รองอธิบดีกรมฯเป็นประธานคณะทงาน ซึ่งจะมีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทั้งนโยบายและการใช้อำนาจของผู้บริหารสหกรณ์ และนายทะเบียน รวมถึงตรวจสอบทางบัญชี โดยเฉพาะสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป มีสมาชิกจำนวนมาก และมีการทำธุรกรรมซับซ้อนเกี่ยวพันกับคนหมู่มาก เพื่อป้องกันความสุ่มเสี่ยงการบริหารงานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์และเกิดผลกระทบกับคนหมู่มาก โดยสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งหมดมีประมาณ 150 แห่ง จากสหกรณ์ทั้งหมดในประเทศกว่า 8,000 แห่ง คาดว่าคณะทำงานชุดดังกล่าวจะได้รายชื่อของสหกรณ์ที่จะต้องลงไปตรวจสอบภายใน 1-2 สัปดาห์นี้