แนะรอจ่ายค่าไฟ หลังการไฟฟ้าฯ ปรับส่วนลดแล้ว

54 views

แนะนำรอจ่ายค่าไฟหลังปรับราคาแล้ว คือ 8 พ.ค. สำหรับ กฟภ. / และ 12 พ.ค. สำหรับ กฟน. / หากใครจ่ายค่าไฟไปแล้ว การไฟฟ้าจะคืนค่าไฟให้ โดยการหักคืนเป็นส่วนลดค่าไฟในเดือนมิ.ย.63 เป็นต้นไป 

การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกันชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟ ในช่วงสถานการณ์โควิด19 ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 63 ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน โดยทั้ง 2 การไฟฟ้าจะใช้หน่วยการใช้ไฟฟ้าตามใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือนกุมภาพันธ์ เป็นหน่วยเดือนฐานในการเปรียบเทียบการคำนวณค่าไฟฟ้าตามมาตรการที่กำหนด หากผู้ใช้ไฟฟ้าดำเนินการจ่ายค่าไฟไปแล้ว ทางการไฟฟ้าจะคืนค่าไฟให้ โดยการหักคืนเป็นส่วนลดค่าไฟในเดือนมิถุนายน 63 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบตามยอดเงินที่ชำระมาแล้ว

นายวิโรจน์ บัวคลี่ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า คนที่ยังไม่ได้ชำระค่าไฟเดือนเมษายน สามารถชำระได้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.63 ระบบจะทำการปรับยอดให้โดยอัตโนมัติ จะไม่มีการพิมพ์บิลใหม่ และสำหรับผู้ที่จ่ายค่าไฟผ่านระบบตัดบัตรเครติด หักบัญชีธนาคาร ระบบจะตัดบัญชีหรือบัตรในวันที่ 11 พ.ค. ด้วยยอดเงินที่ปรับปรุงตามมาตรการแล้ว / และยังไม่มีนโยบายคืนเงินสด / ไม่มีนโยบายตัดไฟในช่วงโควิด19 /

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(MEA) ในฐานะโฆษกการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า ผู้ใช้ไฟสามารถตรวจสอบจากใบแจ้งค่าไฟฟ้า หากเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 (ผู้ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วย) จะใช้ไฟฟรีตามมาตรการรัฐ แต่สำหรับผู้ใช้ไฟประเภท 1.2-1.3 ให้ตรวจสอบเปรียบเทียบค่าไฟตามรอบวันจดหน่วย คือ หน่วยเดือนกุมภาพันธ์ 63 จะเป็นหน่วยใบแจ้งค่าไฟที่มีการจดหน่วยในช่วงวันที่ 14 ก.พ.-13 มี.ค.63 ส่วนหน่วยเดือนมี.ค. 63 ได้แก่หน่วยในใบแจ้งค่าไฟฟ้าที่มีการจดหน่วยในช่วงวันที่ 14 มีนาคม – 13 เมษายน 63 เป็นต้น แต่หากคนที่ได้รับใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดิมที่ยังไม่ได้ระบุส่วนลดตามมาตรการนี้ ให้นำใบแจ้งค่าไฟฟ้าไปชำระตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. ได้ทุกช่องทาง จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดโดยอัตโนมัติ โดยสามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าและสิทธิ์ส่วนลดในแต่ละเดือนตามมาตรการ จะไม่มีการส่งบิลใหม่ให้เช่นกัน

สำหรับมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ได้รับประโยชน์กว่า 22 ล้านรายทั่วประเทศ อยู่ในความรับผิดชอบของ กฟภ. 74 จังหวัดและ กฟน. 3 จังหวัด (กทม., นนทบุรี และ สมุทรปราการ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาเกิดความสับสนในแนวปฏิบัติของทั้ง 2 การไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยในมาตรการและแนวทางการชำระค่าไฟฟ้าที่คลาดเคลื่อน ทำให้ทั้ง 2 การไฟฟ้าต้องหารือและกำหนดแนวปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories