กรมวิชาการเกษตร เคลียร์ยอดชำระเงินคดีกล้ายาง 365 ล้านบาท

นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยกรณี คดีกล้ายางล้านไร่ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้กรมวิชาการเกษตรชำระเงินให้แก่บริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ (ซีพี)จำกัด นั้น เป็นจำนวนเงิน 365 ล้านบาทไม่ได้สูงถึง 1.7 พันล้านบาท ตามที่เป็นข่าว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2546 อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการโครงการปลูกยางเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในแหล่งปลูกยางใหม่ระยะที่ 1 (ปี 2547-2549) พื้นที่ 36 จังหวัดจำนวน 1 ล้านไร่ แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 แสนไร่ และภาคเหนือ 3 แสนไร่ แบ่งระยะดำเนินการเป็น 3 ปี โดยใช้เงินจากโครงการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) จำนวน 1,440 ล้านบาท ผลิตต้นยาง 90 ล้านต้น และให้ สกย. ใช้รายได้จากค่าธรรมเนียมส่งออกยาง (CESS) ชำระคืน คชก. ในระยะเวลา 10 ปี ต่อมากรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการประกวดราคาจ้างเหมาผลิตต้นกล้ายางชำถุง เมื่อ ปี 2546 ปรากฏว่าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 1,397.7 ล้านบาท จึงได้ทำสัญญาจ้างผลิตต้นกล้ายางชำถุงกับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด โดยมีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือค้ำประกัน กำหนดส่งมอบต้นยางชำถุงแบ่งเป็น 12 งวด โดยกรมวิชาการเกษตรจะจ่ายค่าจ้างเมื่อบริษัทฯ ส่งมอบต้นกล้ายางชำถุง และผ่านคณะกรรมการตรวจรับทำการตรวจรับเรียบแล้วตามมาตรฐานการผลิตต้นกล้ายางชำถุง ที่กำหนดในรายละเอียดเงื่อนไขการจ้างเหมาในแต่ละงวด ภายหลังทำสัญญาจ้างบริษัทฯ ได้ส่งมอบต้นกล้ายางชำถุงงวดที่ 1-10 รวม 67.5 ล้านต้น เป็นเงิน 1,087.8 ล้านบาท ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ใช้เงินคชก.ชำระครบถ้วนแล้ว แต่ในงวดที่ 11 มีการส่งมอบต้นกล้ายางชำถุง เพียงบางส่วน จำนวน 6,355,611 ต้น ซึ่งคณะกรรมการตรวจรับได้ตรวจรับแล้ว แต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจากการส่งมอบไม่ครบถ้วนตามสัญญางวดที่ 11 และทางบริษัทฯ ได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องมายังกรมวิชาการเกษตร เพื่อขอเลื่อนการส่งมอบต้นกล้ายางชำถุงในงวดที่ 11 และ 12 แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่ได้มีการขยายระยะเวลาการส่งมอบต้นกล้ายางชำถุงตามที่บริษัทฯ ร้องขอแต่อย่างใด จนกระทั่งต่อมากรมวิชาการเกษตรได้บอกเลิกสัญญาดังกล่าว เป็นเหตุให้บริษัทฯ ฟ้องเรียกค่าเสียหายในการบอกเลิกสัญญาต่อศาล ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ กรมวิชาการเกษตรชำระเงิน แก่บริษัทฯ โจทก์ และธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) โจทก์ร่วม เป็น 2 ส่วน ดังนี้

– ชำระเงินให้แก่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด เป็นค่าเสียหายของการผลิต
ต้นกล้ายางเป็นเงิน 127.8 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จ
– ชำระค่าต้นกล้ายางชำถุงบางส่วนของงวดที่ 11 ที่ได้รับมอบไว้ให้ธนาคารทหารไทย
จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องเป็นเงิน 83.8 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องสำนวนแรกไม่เกิน 6.8 ล้านบาท
โดยรวมแล้วประมาณ 365 ล้านบาทเศษ

Related Posts

Scroll to Top