ขนส่งทางบก เปิดตัว TAXI VIP ล็อตแรกของไทย ขณะที่ออลไทยแท็กซี่ นำ Benz รุ่น C 350 e Avantgarde!!! 15 คันเริ่มให้บริการวันนี้ ราคาเริ่มต้น 2 กม.แรก 150 บาท

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดตัวรถ TAXI VIP ของบริษัท ออล ไทย แท็กซี่ จำกัด ซึ่งใช้รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น C 350 e Avantgarde ซึ่งเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด มาให้บริการ ระยะเริ่มต้น 15 คัน และเตรียมเพิ่มเป็น 100 คันในอีก 2 เดือนข้างหน้า เจาะกลุ่มผู้โดยสารองค์กรธุรกิจ, ธุรกิจโรงแรม, นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ที่ต้องการความหรูหราสะดวกสบายและการให้บริการในการเดินทางระดับพรีเมี่ยม โดยผู้ให้บริการต้องดำเนินการในรูปแบบนิติบุคคล มาตรฐานตัวรถต้องมีสมรรถนะสูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เป็นรถใหม่หรือมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี และไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร เสริมความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเบรกแบบ ABS และมีถุงลมนิรภัยที่นั่งตอนหน้าอย่างน้อย 1 คู่ กล่องป้ายไฟแสดงข้อความ TAXI VIP หรือข้อความอื่นตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ ส่วนการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบภายในรถเหมือนกับ TAXI OK สำหรับอัตราค่าบริการ TAXI VIP เริ่มต้น 2 กิโลเมตรแรก 150 บาท กิโลเมตรต่อไปกิโลเมตรละ 12-16 บาท กรณีรถติดนาทีละ 6 บาท กรณีเรียกรถผ่านศูนย์บริการสื่อสารครั้งละไม่เกิน 50 บาท การจองล่วงหน้าและการจ้างจากท่าอากาศยานครั้งละไม่เกิน 100 บาท

นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร กรรมการ บริษัท ออล ไทย แท็กซี่ จำกัด เปิดเผยว่า นอกจากจะนำรถหรู Mercedes – Benz รุ่น The C 350 e Avantgarde มาให้บริการแล้ว ยังมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง อาทิ น้ำดื่มฟรี, หนังสือพิมพ์, ผ้าเย็น, บริการฟรี WI-FI, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ด้วย

 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวด้วยว่า ล่าสุดกิจการร่วมค้า Eco Society ได้แจ้งความประสงค์ที่จะใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาให้บริการเป็น TAXI VIP ซึ่งคาดว่าจะจดทะเบียนได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะมีแท็กซี่พลังงานไฟฟ้าให้บริการราว 500 คัน อย่างไรก็ตามมองว่าปีนี้ TAXI VIP จะเข้ามาในระบบราว 1,000 คัน และควรจะมีในระบบเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการผู้โดยสารอย่างน้อย 10,000 คัน ส่วนกระแสข่าวการปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ในปลายปีนี้นั้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบกระบุว่า จะต้องรอผลการศึกษาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่ซึ่งจะเสร็จพร้อมกันทั้งหมดในเดือน ก.ค. นี้ ทั้ง บขส. ขสมก. และ แท็กซี่ จากนั้นจะต้องดูสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงก่อน จึงจะพิจารณาได้ว่าจะปรับขึ้นค่าโดยสารหรือไม่

Related Posts

Scroll to Top