ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคริปโตเวชั่นเอ็กซ์ ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มให้คำปรึกษาด้านการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ (สกุลเงินดิจิทัล) เตรียมเปิด ICO เป็นรายที่ 2 ของไทย เชื่อบริษัทไทยจะหันมาระดมทุนผ่าน ICO มาขึ้นภายใน 1-3 ปีนี้
ในงานเปิดตัวเหรียญ คริปโตเวชั่นเอ็กซ์ (CXO) เพื่อระดมทุนสำหรับเปิดตัวธุรกิจที่ปรึกษาด้านบล็อคเชน และนวัตกรรมการทำกำไรในสกุลเงินดิจิทัล(คริปโตเคอเรนซี่) นายพลเดช อนันชัย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุน คริปโตเวชั่นเอ็กซ์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้พัฒนานวัตกรรมช่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในโลกการเงิน การให้คำปรึกษาด้านการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล
โดยครั้งนี้ได้เปิดตัวเหรียญ CXO เพื่อระดมทุนในการพัฒนาแพลตฟอร์มให้คำปรึกษาโดยระบบหุ่นยนต์(Robot)และปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) ตั้งเป้าระดมทุนครั้งนี้มูลค่า 50,000 อีเทอเรียม (ราคาประมาณ 18,000 อีเทอเรียม ต่อ 1 เหรียญ CXO) คาดว่าจะเริ่มแจกคู่มือการลงทุนภายในเดือนมีนาคมนี้ และ จะเปิดให้จองเหรียญก่อนเดือนมิ.ย.2561
สำหรับเหรียญ CXO ที่จะเปิดขาย จะเป็นการขายล่วงหน้าสำหรับผู้ที่สนใจจะใช้บริการแพลตฟอร์มที่ปรึกษาการลงทุนของคริปโตเวชั่นเอ็กซ์ ซึ่งสามารถใช้เหรียญ CXO ในการสมัครใช้บริการได้ โดยเน้นผู้ใช้งานต่างประเทศที่คุ้นเคยกับการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่เป็นหลัก
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มของคริปโตเวชั่นเอ็กซ์ จะเป็นรูปแบบของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ และ หุ่นยนต์ ในการสร้างโอกาสทำกำไร ซึ่งจะมี A.I. 3 ตัว ให้บริการ 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1.อบิทาจ (ลงทุนความเสี่ยงต่ำ ด้วยการเก็งกำไรส่วนต่างในการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์เสี่ยง) 2.สเปคโตร เป็นการเก็งกำไนจากราคาสินทรัพย์ปกติ โดยจะใช้เทคโนโลยี A.I. และ Deep learning ศึกษาข้อมูลความเคลื่อนไหวเงินดิจิทัลทั่วโลก และคำนวณเชิงสถิติเพื่อหาโอกาสการทำกำไร และ 3. โบรก้า เป็น โปรแกรม/Bot แนะนำการลงทุน ซึ่งโปรแกรม อบิทาจ จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในไตรมาส 4 ของปีนี้
อย่างไรก็ตามมองว่า หลังจากนี้ไป บริษัทของไทยจะให้ความสนใจกับการระดมทุน ICO มากขึ้น และมีโอกาสขยายตัวไ้ด้ในช่วง 1-3 ปีหลังจากนี้ และเชื่อมั่นว่า กลต. จะเข้ามาออกกฎระเบียบดูแลการระดมทุนผ่าน ICO เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุน แต่เชื่อว่าจะไม่เป็นการปิดกั้นแต่อย่างใด




