“Sea The Change Be The Change” ความยั่งยืนที่ลงมือปฏิบัติจริง กับการฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ SeaChange®

“Sea The Change Be The Change” ความยั่งยืนที่ลงมือปฏิบัติจริง กับการฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ SeaChange®

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “Sea The Change Be The Change” ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เปลี่ยนกรอบกลยุทธ์ความยั่งยืนระดับองค์กรให้กลายเป็นการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ป่าชายเลน เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี การดำเนินกลยุทธ์ SeaChange® พร้อมเดินหน้าปักหมุดเป้าหมายสู่ปี 2030 เพื่อส่งเสริมโภชนาการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ปัญหาการทำประมงเกินขนาด และความท้าทายด้านสวัสดิภาพแรงงานในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ไทยยูเนี่ยนได้ใช้โอกาสวันมหาสมุทรโลกจัดงาน SeaChange® Day นำคณะผู้บริหาร พนักงาน สื่อมวลชน พันธมิตร และเยาวชนในท้องถิ่น มาร่วมเปลี่ยนโลกผ่าน 4 กิจกรรมแกนหลักที่ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

“Sea The Change Be The Change” ความยั่งยืนที่ลงมือปฏิบัติจริง กับการฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ SeaChange®
  • Shape the Shore: เจาะลึกการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน ลงพื้นที่ปลูกต้นโกงกาง และดูแลเรือนเพาะชำกล้าไม้ร่วมกับเครือข่ายครูและนักเรียนในท้องถิ่น
  • Sea Scan: ปฏิบัติการทำความสะอาดชายหาดและคัดแยกขยะทะเล โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำเทคโนโลยีโดรนและ AI มาบินสำรวจเพื่อตรวจจับพิกัดอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหาย (Ghost Gear) ตามแนวชายฝั่ง
  • ReLoop ReUse: ขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นำอุปกรณ์ประมงที่หมดสภาพกลับมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้งานได้จริง
  • Tuna Lab: ถ่ายทอดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรอาหารทะเลอย่างไร้ขยะ ตั้งแต่การพัฒนาเป็นอาหารและโภชนาการ การสกัดแคลเซียมจากกระดูกปลา ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง
“Sea The Change Be The Change” ความยั่งยืนที่ลงมือปฏิบัติจริง กับการฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ SeaChange®

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างไทยยูเนี่ยนและพันธมิตรชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย (EEC) ที่มาร่วมปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้เยาวชน กลุ่ม ARRI ที่นำเทคโนโลยีโดรน AI มาช่วยกู้ขยะทะเลที่เป็นอันตราย องค์กร Second Life ที่เข้ามาจัดการคัดแยกพลาสติกที่มีความเสี่ยงไหลลงสู่ทะเล (Ocean-Bound Plastic) ตั้งแต่ต้นทาง และ Seven Clean Seas ที่สนับสนุนโครงการ HIPPO ระบบเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ดักจับพลาสติกในแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนไหลลงสู่มหาสมุทร

อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ SeaChange® คือการดูแลปกป้องผู้คนและระบบนิเวศที่เป็นรากฐานของอุตสาหกรรม โดยตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องผ่านการยกระดับมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบและสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้แรงงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

“Sea The Change Be The Change” ความยั่งยืนที่ลงมือปฏิบัติจริง กับการฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ SeaChange®

ด้าน ลูโดวิค การ์นิเยร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ในฐานะองค์กรระดับโลกที่มีห่วงโซ่อุปทานซับซ้อน ความรับผิดชอบและความโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญ กลยุทธ์ SeaChange® ได้เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจผ่านการผสานแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบในทุกกระบวนการ นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการลงทุน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและนักลงทุน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

สำหรับความก้าวหน้าภายใต้โรดแมป SeaChange® 2030 ไทยยูเนี่ยนได้สร้างหมุดหมายสำคัญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยในปี 2569 บริษัทได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Top 1% จาก S&P Global Sustainability Yearbook ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน ต่อยอดจากความสำเร็จที่เคยคว้าอันดับ 1 ของโลกจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) มาแล้วหลายปี รวมถึงการได้เรตติ้งระดับ AA จาก SET ESG Ratings และระดับ A- จาก CDP ด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและโดดเด่นภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® มีดังนี้

  • สนับสนุนโครงการปรับปรุงการประมง (FIPs) รวม 9 โครงการ ซึ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก โดยส่วนใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐาน MSC แล้ว
  • จัดหากุ้ง 68% จากแหล่งเพาะเลี้ยงที่มีความรับผิดชอบ และเปิดตัวโครงการกุ้งคาร์บอนต่ำในปี 2567 ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุด 30%
  • ห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่า 95% มีการติดตามตรวจสอบขณะออกเรือ และวัตถุดิบทูน่า 99% อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาการทำงานและสวัสดิการแรงงานประมง (Fisher Work & Welfare)
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานลง 29% (ขอบเขตที่ 1 และ 2) เทียบกับปีฐาน 2564
  • นำระบบตรวจสอบแหล่งที่มาบนบรรจุภัณฑ์ (Can Tracker) มาใช้ในแบรนด์ชั้นนำเพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบรหัสบนกระป๋องได้ทันที
  • ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ เป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC Feed Standard ในปี 2567
  • ประกาศและขยายผลนโยบายไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจัดหางานจากแรงงานข้ามชาติ (Zero Recruitment Fees) ในระดับโลก

กิจกรรม “Sea The Change Be The Change” ในวาระครบรอบ 10 ปีนี้ จึงเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไทยยูเนี่ยนไม่ได้เพียงแค่กำหนดนโยบายความยั่งยืนไว้บนกระดาษ แต่เลือกที่จะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลกผ่านการลงมือทำจริงร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเลและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

“ไทยยูเนี่ยน” กางพิมพ์เขียวความยั่งยืน ดัน “กุ้งคาร์บอนต่ำ” ปักธงโมเดล Win-Win สู่ “SeaChange® 2030”

Scroll to Top