ซิตี้แบงก์ เผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2561 โตต่อเนื่องดันจีดีพีโลกขยายตัว 3.4% สูงสุดในรอบ 8 ปี และหนุนให้เศรษฐกิจไทยโตได้ 4.2 % แนะนักลงทุนกระจายการลงทุน
นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เปิดบทวิเคราะห์เศรษฐกิจครึ่งปีหลังว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัว 4.2% ในปี 2561 และ ปี 2562 โดยมีปัจจัยหลักที่สนับสนุน ได้แก่ การลงทุน และการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น จากภาคสาธารณะ และภาคเอกชน รวมถึงธุรกิจส่งออกของประเทศไทย ที่มีการเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่ปีนี้น่าจะโตได้ 3.4 % สูงสุดในรอบ 8 ปี และอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นทั่วโลกซึ่งจะอยู่ที่ 13%
อย่างไรก็ตามซิตี้ยังคาดว่า ปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย นั่นคือ ความกังวลทางการค้าที่อาจได้รับผลกระทบ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน และกฎหมายการใช้จ่ายของภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น
ด้านระดับอัตราเงินเฟ้อในปี 2561 มองว่าโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.4% และจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.8% ในปี 2562 ขณะที่ค่าเงินบาทไทย ยังคงมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นในปี 2561 นี้ เพราะแม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาที่เหลือของปี 2561 ซึ่งจะทำให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นในระยะสั้น แต่จะอ่อนค่าลงต่อไปในระยะปานกลางถึงระยะยาว เนื่องจากการขาดดุลที่เพิ่มขึ้น และความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศ
จีนและโซนยุโรป
สำหรับการลงทุน แนะนำให้กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายภูมิภาค โดยให้น้ำหนักการลงทุนไปที่ภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ ยุโรป และประเทศญี่ปุ่น โดยกลุ่มหุ้นวัฏจักรที่มีมุมมองบวก ได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มการเงิน และกลุ่มเทคโนโลยี
ด้าน นายชัยเกษม วัฒนศิริพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบริหารช่องทางจัดจำหน่าย บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แมนูไลฟ์ ได้ร่วมกับ ซิตี้แบงก์ เปิดตัว กองทุนแมนูไลฟ์ ซีรีย์ก้าวไปด้วยกัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจ ประกอบด้วย 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ก้าวหน้า (MN-STABLE) กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ก้าวไกล (MN-BALANCE) และกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ก้าวกระโดด (MN-DYNAMIC) ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของโลกที่มีความชำนาญ และหน้าเชื่อถือ ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวมีจุดเด่นคือเป็นกองทุนที่มีการปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะของตลาด ให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดน้อยที่สุด และสามารถกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ได้หลายประเภท เพื่อในลดความเสี่ยงจากการลงทุน ซึ่งมีความเหมาะสมกับการลงทุนในปัจจุบันโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้



