ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 62 เดือน กำลังซื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้น การส่งออกขยายตัว

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 62 เดือน นับตั้งแต่มิถุนายน 56 จากกำลังซื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้น การส่งออกขยายตัว แต่ยังมีข้อกังวลมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐกับประเทศต่าง ๆ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์น้ำท่วม

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ค. 61 อยู่ที่ระดับ 93.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 91.7 ในเดือนมิถุนายน โดยเป็นค่าดัชนีที่สูงสุดในรอบ 62 เดือนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ปัจจัยจากความมั่นใจในกำลังซื้อภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการเกษตร ส่งผลดีต่อการบริโภคสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องจักรโลหะการ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่า การส่งออกของไทยไปยังประเทศคู่ค้าและประเทศเพื่อนบ้านขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่เงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลดีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

ขณะที่ความกังวลที่เห็นเพิ่มขึ้นชัดเจนคือภาวะเศรษฐกิจโลก มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐกับประเทศต่าง ๆ สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งกระทบต่อต้นทุนประกอบการ ภาวะน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมขนส่ง และสถานการณ์ทางด้านการเมืองภายในประเทศ

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 104.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 102.7 ในเดือนมิถุนายน เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อส่งมอบในช่วงปลายปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณขยายตัวดีต่อเนื่อง

นอกจากนี้ผลสำรวจข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐ คือต้องการให้ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแรงงานด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve และ New S-curve เพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) , เจรจาเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการค้ากับประเทศที่เป็นตลาดส่งออกเดิม เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน และรักษาตลาดเดิมไว้ และ เปิดเจรจาการค้าเสรี FTA กับตลาดใหม่เพื่อรับมือสงครามการค้า ที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออกเดิม​

Related Posts

Scroll to Top