ดีแทคแอคเซอเลอเรท ปี 6 ประเมินมูลค่าลงทุนสตาร์ทอัพไทยปีนี้เพิ่ม 30% แตะ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมดึงพาร์ทเนอร์ร่วมผลักดันสตาร์ทอัพไทยสู่การเป็นยูนิคอร์น (สตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเกินกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ได้ภายใน 3-4 ปีจากนี้

ดีแทคแอคเซอเลอเรท ปี 6 ประเมินมูลค่าการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยปีนี้เพิ่ม 30% แตะระดับ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมดึงพาร์ทเนอร์ร่วมผลักดันสตาร์ทอัพไทยสู่การเป็นยูนิคอร์น (สตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเกินกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ได้ภายใน 3-4 ปีจากนี้

ดีแทค แอคเซอเลอเรท เปิดโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพสู่ระดับโลก ปีที่ 6 พร้อมประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อย่าง กูเกิล และ ไลน์ ประเทศไทย รวมถึงพันธมิตรรายใหญ่ในประเทศ อย่าง เมืองไทยประกันชีวิต สิริเวนเจอร์ส และปตท. เข้าร่วมผลักดันและเสริมความแข็งแกร่งสตาร์ทอัพไทยสู่ระดับโลก

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค เปิดเผยว่า สตาร์ทอัพในโครงการดีแทคแอคเซอเลอเรท ที่ประสบความสำเร็จกว่า 34 บริษัท มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ มีเงินลงทุนมากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีอัตราการลงทุนของนักลงทุนอย่างต่อเนื่องถึง 70% ทั้งนี้ที่ผ่านมาดีแทคได้ส่งเสริมบริษัทเทคสตาร์ทอัพ ราว 10-20 รายให้สร้างนวัตกรรมใหม่ที่เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของผู้บริโภค และตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาสตาร์ทอัพไทยสู่ระดับยูนิคอร์น ( มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ให้ได้โดยคาดว่ามีโอกาสได้เห็นยูนิคอร์นไทยตัวแรก ภายใน 3-4 ปีนับจากนี้

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาเม็ดเงินลงทุนในสตาร์ทอัพไทย อยู่ที่ราว 105 ล้านเหรียญสหรัฐ และปีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะขยับขึ้นเป็น 130 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30% จากแนวโน้มของสตาร์ทอัพที่มีโอกาสขยับขึ้นจากระดับเริ่มต้น (ซีรี่ย์A) ให้ขึ้นไปในซีรี่ย์ B และ C ซึ่งมีอยู่ราว 6-7 ราย ซึ่งการที่จะผลักดันสตาร์ทอัพไทยสู่ยูนิคอร์นได้นั้น จำเป็นต้องได้รับเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติม รวมถึงการขยายตลาดไปสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลกให้ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันสตาร์ทอัพไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแตะระดับ 1,000 ราย ในปีนี้ แต่สตาร์ทอัพที่มีโอกาสเติบโตได้มีเพียง 100 กว่าบริษัทเท่านั้น

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า สตาร์ทอัพจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมืองไทยกรุ๊ปสนใจนวัตกรรมใหม่ๆจากสตาร์ทอัพในทุกสาขา และพร้อมให้การสนับสนุน เพราะเชื่อว่าจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่เฉพาะในกลุ่มของประกันภัยเท่านั้น

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไลน์ ประเทศไทย เตรียมเข้ามาต่อยอดขยายการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพผ่านแพลตฟอล์มของไลน์ เพื่อขยายตลาดของผลิตภัณฑ์สตาร์ทอัพให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยเร็วๆนี้ ไลน์จะเปิดตัวโครงการ ไลน์สเกลอัพ เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพเข้ามารับการสนับสนุน

Related Posts

Scroll to Top