นายกฯ สั่งคลังเตือนประชาชนระวังความเสี่ยงลงทุนในบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนแก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการลงทุนในเงินสกุล ดิจิทัลต่างๆ เช่น บิตคอยน์ ให้ถูกต้อง โดยจะต้องชี้แจงเน้นย้ำให้ทราบถึงข้อควรระวังและปัจจัยเสี่ยงในการลงทุนเงินสกุลดังกล่าวให้ชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับในเรื่องนี้

“ขณะนี้มีการโฆษณาชักชวนให้ประชาชนไปเล่นเก็งกำไรในบิตคอยน์จำนวนมาก หลังในตลาดต่างประเทศราคาสูงทำสถิติใหม่ ซึ่งแบงก์ชาติก็ทำได้แค่เตือนว่าหากประชาชนไปลงทุนและเกิดความเสียหายจะไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้หากถูกหลอกลวง เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย นำไปซื้อสินค้าในร้านค้าไม่ได้และมูลค่าผันผวนรวดเร็ว กลายเป็นไม่มีค่าเมื่อไม่มีความต้องการ” แหล่งข่าวเปิดเผย

นายปรมินทร์ อินโสม ผู้ร่วมกองตั้ง Zcoin และสตางค์ดอทคอม เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยนิยมลงทุนในตลาด บิทคอยน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบว่า ผู้ลงทุนไทยมีประมาณ 200,000-300,000 คน และมูลค่าการซื้อขายระดับ 1,000 ล้านบาท ต่อวัน เนื่องจากราคาบิทคอยน์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ภายใต้ความเชื่อมั่นในบิทคอยน์ของนักลงทุนทั่วโลกทำให้คนไทยหันเข้าไปหาโอกาสลงทุนด้วย

ทั้งนี้ ปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ จึงมีความเป็นห่วงว่ามีโอกาสที่ราคาบิทคอยน์อาจปรับลดลงแรง แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะปรับตัว เพิ่มขึ้นได้จากความสนใจลงทุนมากขึ้น
“ตอนนี้ไม่มีใครบอกได้ว่า บิทคอยน์ใช่หรือไม่ใช่ ไม่มีใครรู้อนาคตได้ 100% และไม่อยากให้พลาดโอกาสเพราะทั่วโลกเข้าไปลงทุนในบิทคอยน์ แม้ยังมีความเสี่ยงบางประเทศไม่มีกฎหมายรองรับ ขณะที่บางประเทศสนับสนุนเช่น ญี่ปุ่น สนับสนุนการใช้บิทคอยน์ ซื้อของชีวิตประจำวัน มีปริมาณการเทรดมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก หรือสิงคโปร์ มีจำนวนผู้ลงทุนมากกว่าไทย”

การลงทุนตลาดบิทคอยน์มีความเสี่ยงสูงมาก แนะนำผู้ลงทุนว่าต้องใช้เงินเย็นจริงๆ เท่านั้น และลงทุนแบบทดลองเรียนรู้เทคโนโลยี ทำความเข้าใจพื้นฐาน เพื่อสามารถลงทุนด้วยความเข้าใจที่แท้จริง ซึ่งการลงทุนบิทคอยน์ สามารถเริ่มด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 500-1,000 บาท “การเข้าลองลงทุนบิทคอยน์จังหวะนี้ ถือว่า มีโอกาสที่ดี แต่ก็ต้องระวัง และมองว่า การที่ ธปท. ออกมาเตือนว่าการลงทุนบิทคอยน์ มีความเสี่ยงสูงนั้น ถูกต้องแล้ว และอยากให้ฝ่ายกำกับร่วมกันช่วยให้ความรู้ผู้ลงทุนเกี่ยวกับบิทคอยน์เพิ่มด้วย” ราคาบิทคอยน์พุ่งขึ้นสูงมีความเสี่ยงต่อที่จะเกิดภาวะฟองสบู่แตก โดยบิทคอยน์ เริ่มต้นปี 2552 และเป็นฟองสบู่อยู่จนถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ฟองสบู่บิทคอยน์เคยแตก ในปี 2557 โดยราคาบิทคอยน์ร่วงแตะ 200 ดอลลาร์ต่อคอยน์ จากก่อนหน้าสูงสุดอยู่1,300 ดอลลาร์ แต่กลับขึ้นมาจน ถึงปัจจุบัน 18,000 ดอลลาร์ต่อคอยน์ ซึ่งประเมินว่า น่าจะยังมีโอกาสปรับขึ้นไปเป็นนิวไฮอีกครั้ง
ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายซีคอยน์เฉลี่ย ที่ 350 ล้านบาทต่อวัน ถือว่ามูลค่าตลาดยังเล็กมาก ส่วนราคาซีคอยน์มีลักษณะ ขึ้นลงตามราคาบิทคอยน์ โดยราคาซื้อขาย ช่วงต้นปีนี้ 30-40 บาทต่อคอยน์ ปัจจุบันอยู่ที่ 1,500 บาทต่อคอยน์ถือว่าราคาปรับขึ้น มากกว่าบิทคอยน์ ต้นปีอยู่ที่ 4,000 บาทต่อคอยน์ ตอนนี้ 18,000 บาทต่อคอยน์
แหล่งข่าววงการการลงทุน มองว่า ตลาดบิทคอยน์ มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุน ควรระมัดระวัง ด้วยพื้นฐานตลาดบิทคอยน์ ที่มีจำนวนจำกัด ไม่ได้เพิ่มตามความต้องการ และยังมีปัจจัยเชิงลบ โดยเฉพาะ จากสถาบันการเงินระดับโลกและรัฐบาลบางประเทศไม่สนับสนุน ขณะที่ทางราคาบิทคอยน์กลับเพิ่มขึ้นสูง จึงมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกันถือว่าผิดปกติ
“ตอนนี้ส่วนใหญ่ยังมองว่าผิดกฎหมาย ผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงแต่ฟองสบู่บิทคอยน์จะแตกหรือไม่ก็ไม่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยเพราะปริมาณ การซื้อขายน้อย”

Related Posts

Scroll to Top