นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เปิดเผยในงานลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่บุคลากร ครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า กยศ. ร่วมกับ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า หลังจากที่เกิดกรณีของครูวิภา ที่ได้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับลูกศิษย์ จนถูกฟ้องยึดทรัพย์ และในขณะนี้ได้ไกล่เกลี่ย จนเรียบร้อยแล้ว ได้ทำให้ขณะนี้ผู้ค้ำประกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ในระบบมีกว่า 4 แสนคน เกิดความตื่นตัว ในการช่วยตามลูกหนี้ที่ติดหนี้ กยศ. เพื่อมาเจรจาไกล่เกลี่ย จนทำให้จำนวนลูกหนี้ที่เข้ามาประนีประนอม เพิ่มมาเป็นจำนวน 80 % จากจำนวนลูกหนี้ที่ กยศ. จะต้องสั่งฟ้องในปีนี้ที่จำนวน 1.2 แสนราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เข้ามาเจรจาเพียง 70 % ขณะที่จำนวนผู้ที่ติดต่อสอบถามกับ กยศ.ผ่านทางสายด่วน ก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 แสนคนต่อเดือน จากเมื่อ 2-3 เดือนก่อนที่มีเพียง 5 หมื่นคนต่อเดือน
ทั้งนี้ปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาที่กู้ยืมเงินจาก กยศ. 5.4 ล้านราย คิดเป็นงบประมาณ 5.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีผู้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 2.1 ล้านราย และมีการดำเนินคดีแล้ว 1 ล้านคดี เฉลี่ยเป็นหนี้ 120,000 บาท ระยะเวลาผ่อน 15 ปี โดยสาเหตุที่มีการผิดนัดชำระหนี้สูง เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ ขาดความรู้ ด้านวางแผนทางการเงิน และขาดวินัยทางการเงิน จึงทำให้เกิดการค้างชำระหนี้ ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการเงิน การออม และการลงทุน มาช่วยให้ความรู้ เพื่อปลูกฝังวินัยทางการเงิน จิตสำนึก และความรับผิดชอบที่ดี ในการชำระเงินคืนกองทุน แก่บุคลากร ครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า กยศ.
ขณะที่ความคืบหน้าการหักบัญชีเงินเดือนเพื่อชำระหนี้เงินกู้ กยศ. ได้เริ่มดำเนินงานกับกรมบัญชีกลาง ไปแล้ว และในปีนี้จะตามมาด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคลัง และภายในต้นปีหน้าจะขยายสู่การหักบัญชีกับลูกหนี้ที่ทำงานในหน่วยงานเอกชน ขณะที่นักเรียนจบใหม่ จะเข้าสู่กระบวนหักเงินเดือนผ่านบัญชีได้ หลังจากจบการศึกษาภายใน 2 ปี เชื่อว่าจะช่วยลดการค้างชำระหนี้ได้



