

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจฝ่ายบริหารและแนวคิดในการพัฒนา 3 โครงการใหญ่ให้กับ กทท. ซึ่งเริ่มที่การบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดมูลค่าสูงสุด โดยศึกษาแนวทางการพัฒนาจากท่าเรือปูซาน ซึ่งเป็นทั้งท่าเทียบเรือ แหล่งท่องเที่ยว และคอมมูนิตี้คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ รวมทั้งการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง โดยให้ฝ่ายบริหารหาแนวทางพัฒนาโครงการต่างๆ และวางเป้าหมายให้เป็นระบบ ครบวงจร หากทำได้จะก่อให้เกิดประโยชน์มูลค่ามหาศาลกับองค์กรและประเทศชาติ ส่วนการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 ควรมีแนวร่วม (Consortium) กลุ่มทุนด้านโลจิสติส์จากต่างประเทศมาร่วมด้วย เนื่องจากเป็นโครงการทุกประเทศยอมรับและผลักดันให้เกิด และเมื่อได้บริษัทที่ผ่านการประมูลรอบสองในเดือนเมษายนนี้แล้ว ขอให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความราบรื่นและทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส
สำหรับโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนโดยรอบ กทท. (Smart Community) ได้เร่งให้เริ่มก่อสร้างภายในปี 2563 โดยต้องมีเป้าหมายให้ชาวชุมชนอยู่สบาย สามารถใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ อาจจะไม่ต้องหรูหรามาก แต่อยู่แล้วสบายใจ คิดว่าชาวชุมชนทุกคนน่าจะเห็นด้วยและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ส่วนแผนการพัฒนาท่าเรือระนอง (ทรน.) อยากให้เป็นโครงการที่เร่งด่วน เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางเรือจากจีน ในเบื้องต้นให้พัฒนาเป็นสองระยะ โดยระยะแรกพัฒนา ทรน. ให้ทันสมัยเชื่อมโยงรถไฟรางคู่ที่ชุมพร ระยะที่สอง ให้พิจารณาบริเวณทะเลน้ำลึกทางใต้ ทรน. ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้พัฒนาบุคลากรควบคู่ไปกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยกล่าวว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าระบบทุกอย่างจะขับเคลื่อนด้วย AI จึงแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาระบบต่างๆของ กทท. ให้ทัดเทียมท่าเรือชั้นนำระดับโลก





