สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนกรุงโรมจึงถือโอกาสนำเรื่องราวที่น่าสนใจ และภาพบรรยากาศที่สวยงาม มาบอกต่อกันนะครับ … แน่นอนว่าแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ของกรุงโรม ก็คือโคลอสเซี่ยม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โบราณสถานใจกลางเมือง ที่สร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 สนามแห่งนี้มีวงรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร และสามารถจุผู้ชมได้ถึงกว่า 50,000 คน ! ซึ่งสูงมากๆ นะครับ สำหรับยุคสมัยนั้น
นับได้ว่าสนามแห่งนี้ถือเป็นต้นแบบสนามกีฬาของโลกเลยทีเดียว ด้วยอัฒจรรย์ที่เป็นรูปวงกลม ทำให้สามารถรับชมการแสดงได้จากทั่วทุกทิศทาง ในอดีตจะใช้เป็นเวทีในการต่อสู้ระหว่างมนุษย์ที่เป็นนักโทษด้วยกันเอง หรืออาจเป็นมนุษย์กับสัตว์ก็มี ทั้งนี้ก็เพื่อความบันเทิงของคนในยุคนั้น หากใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่อง Gladiator คงจะนึกภาพกันออกนะครับ
อีกสถานที่ยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด ด้วยประการทั้งปวง เมื่อมาเยือนกรุงโรม นั่นก็คือ ‘นครรัฐวาติกัน’ ที่มีฐานะเป็นอีก “ประเทศ” หนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในกรุงโรม ประเทศแห่งนี้นับเป็นศูนย์รวมใจของคริสเตียน นิกายคาทอลิก มีอำนาจอธิปไตยปกครองตนเอง เป็นเมืองหลวงแห่งศาสนจักร และเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ประมุข หรือ “โป๊ป”

เข้ามาภายในจัตุรัสนครรัฐวาติกัน คุณจะได้เห็นความสวยงามของ รูปปั้นนักบุญคาทอลิกจำนวนกว่า 140 องค์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเสา ที่สร้างจากหินอ่อนกว่า 284 ต้น ส่วนนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล ที่ต่อคิวยาวจนรอบจัตุรัฐนั้น กำลังรอคอย เพื่อที่จะเข้าไปเยี่ยมชมความงดงาม ของ มหาวิหารเซ้นท์ ปีเตอร์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีการออกแบบภายในด้วยงานสถาปัตยกรรมยุคเรเนซองซ์ ที่งดงามเหนือคำบรรยาย
ไม่เพียงเท่านี้ ภายในพื้นที่ชั้นใน ของกรุงโรม ทั้งเมือง คุณจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศของอีกโลกหนึ่ง ที่ชวนให้ย้อนยุคไปถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมัน เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน นั่นเพราะบรรดาสิ่งปลูกสร้าง รูปปั้น และโบราณสถาน ต่างถูกอนุรักษ์ไว้เต็มเมือง ชนิดที่หยิบกล้องขึ้นมารัวชัดเตอร์กันแทบไม่ทันเลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยง รายได้ และนำเงินเข้าสู่ประเทศ ในภาวะเศรษฐกิจของอิตาลียังซบเซา เมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจของอิตาลี มีการขยายตัวอยู่ที่ 1.5 % เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่ากระเตื้องขึ้น จาก 0.9 % ในปี 2016 และแน่นอนว่าภาคการท่องเที่ยว คือหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอิตาลีที่สำคัญ
นั่นเพราะปีก่อนมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาที่อิตาลีสูงถึงกว่า 50 ล้านคน (ไทย 30 ล้านคน) สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศถึงกว่า 7 หมื่นล้านยูโร หรือเกือบ 3 ล้านล้านบาท และที่สำคัญกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเป็นกลุ่มคุณภาพ ที่กระเป๋าหนักใช้จ่ายสูงทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน สหรัฐ และจีน
นี่คือสิ่งที่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการ ‘อนุรักษ์’ มรดกทางวัฒนธรรม และโบราณสถาน ให้คงอยู่ไว้ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะกลายเป็นสมบัติ ที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ต่อไปได้หลายชั่วอายุคน
ฐิติกร ทิพย์มณเฑียร













