ไอดีซีประเทศไทย ประกาศให้โครงการเมืองอัจฉริยะของจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลโครงการเมืองอัจฉริยะยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ในการประกาศรางวัล IDC Smart City Asia Pacific (SCAPA) ประจำปี 2561 โดยโครงการ “ขอนแก่นสมาร์ทเฮลธ์” ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการด้านสาธารณสุขและการบริการสังคมดีเด่น และโครงการ “ภูเก็ตสมาร์ททัวริซึม” ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการด้านการท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรม หอสมุด และพื้นที่สาธารณะดีเด่น

ขอนแก่นสมาร์ทเฮลธ์ เป็นโครงการริเริ่มที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมมือกับจังหวัด ผู้ให้บริการสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยในจังหวัดขอนแก่น โดยโครงการประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) รถพยาบาลอัจฉริยะ (smart ambulance) ที่ใช้เทคโนโลยีการประชุมทางไกล (teleconference) อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) และเทคโนโลยีโรโบติกส์ (robotics) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน และช่วยให้แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยเบื้องต้น หรือเริ่มกระบวนรักษาฉุกเฉินได้ก่อนที่ผู้ป่วยจะมาถึงที่โรงพยาบาล (2) บริการด้านสุขภาพเชิงป้องกันที่ใช้ประโยชน์จากสายรัดข้อมืออัจฉริยะ (smart wristband) และระบบบ้านอัจฉริยะ (smart home) เพื่อตรวจสอบ จัดเก็บข้อมูลด้านสุขภาพ และให้คำแนะนำด้านสุขภาพกับประชาชน (3) อยู่ในระหว่างการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain) และการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า (big data analytics) เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการแบ่งปันข้อมูลทางการแพทย์ที่บุคลากรด้านสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถเข้าถึงได้
ภูเก็ตสมาร์ททัวริซึม เป็นความร่วมมือระหว่างสํานักงานส่งเสริมส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด (PKCD) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและปลอดภัย ซึ่งโครงการนี้ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) สมาร์ททัวริซึม ผ่านการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงฟรีทั่วเมืองภูเก็ต การพัฒนาแอปพลิเคชัน Phuket Smart City และบริการสายรัดข้อมืออัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว (2) ความปลอดภัยสาธารณะ ผ่านการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์รูปแบบต่าง ๆ เช่น ตรวจจับป้ายทะเบียน การจดจำใบหน้า และระบบติดตามเรือ (3) ระบบจัดการน้ำเสียที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (4) สมาร์ท กัฟเวิร์นเมนต์ ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลของเมือง ที่มีการอัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ
คุณจาริตร์ สิทธุ ผู้บริหารประจำไอดีซีประเทศไทย เปิดเผยว่า “การพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะกำลังเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะคือการสร้างความร่วมมือกันในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหน่วยงานภาครัฐไปจนถึงระดับประชาชน สำหรับในประเทศไทยนั้น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและหน่วยงานระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องกำลังแสดงให้เราเห็นถึงศักยภาพของเมืองอัจฉริยะ ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในการสร้างเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น เราเชื่อว่าความสำเร็จในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจะเป็นพื้นฐานของการสร้างระบบนิเวศที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ และส่งเสริมให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เมืองใกล้เคียง เริ่มสร้างแผนในพัฒนาเมืองอัจฉริยะต่อไปในอนาคตได้”
โดยสำหรับรางวัลนี้นั้น IDC Government Insights ได้ทำการประเมินโดยให้เกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุม ผ่าน 6 ขั้นตอนการประเมิน ตั้งแต่การคัดเลือกเบื้องต้น การประเมินเบื้องต้นโดยผู้เชี่ยวชาญจากไอดีซีทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก (50%) การเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงคะแนนเสียง (25%) และประเมินโดยสภาที่ปรึกษาระหว่างประเทศ (25%)
ไอดีซีจะเปิดเผยงานวิจัย IDC Government Insights Smart City Development Index for 2017-2018 ซึ่งรวมรวบข้อมูลเชิงลึกและกรณีศึกษาของผู้ชนะทั้ง 19 โครงการใน SCAPA 2018 และผู้ชนะในช่วง 3 ปีหลัง ในช่วงปลายปีนี้



