ALP เปิดตัว “OMEGA 1 Bangna” สมาร์ทแวร์เฮาส์ใหญ่สุดในเอเชีย พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยด้วยระบบอัตโนมัติ 100%

ALP เปิดตัว “OMEGA 1 Bangna” สมาร์ทแวร์เฮาส์ใหญ่สุดในเอเชีย พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยด้วยระบบอัตโนมัติ 100%

Ally Logistic Property หรือ ALP ผู้พัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะจากไต้หวัน ประกาศเปิดตัวโครงการ “OMEGA 1 Bangna” (โอเมก้า วัน บางนา) คลังสินค้าอัตโนมัติระดับเมกะโปรเจกต์แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมขึ้นแท่นเป็นศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ ALP ในเอเชีย ชูแนวคิดปฏิวัติวงการด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพให้ทำงานได้ยืดหยุ่นเสมือนซอฟต์แวร์ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตแรงงาน ต้นทุนเงินเฟ้อ และรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของซัพพลายเชนในภูมิภาค

ชาลี ฉาง Co-Founder & CEO, Ally Logistic Property (ALP) เปิดเผยว่า โลกของธุรกิจและการค้าในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่คำสั่งซื้อที่มีขนาดเล็กลงแต่มีความถี่สูงขึ้น ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่ง และมีอัตราการส่งคืนสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สวนทางกับโครงสร้างคลังสินค้าแบบดั้งเดิมที่หยุดนิ่งอยู่กับรูปแบบเดิมตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับบริบทธุรกิจที่คาดเดาง่ายและเดินหน้าช้ากว่าปัจจุบัน

ที่ผ่านมา เมื่อการค้าต้องการความเร็ว ความเชื่อมโยง และความไม่แน่นอนสูงขึ้น โครงสร้างทางกายภาพกลับกลายเป็นคอขวด เพราะไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการที่ผันผวน ALP จึงตั้งคำถามสำคัญว่า จะเป็นอย่างไรหากอาคารคลังสินค้าสามารถปรับแต่ง กำหนดค่า และอัปเดตการทำงานได้เหมือนกับซอฟต์แวร์ คำถามนี้จึงนำไปสู่การเปลี่ยนวิธีคิดในการสร้างคลังสินค้าตั้งแต่ศูนย์ ด้วยการกลับทิศทางกระบวนการคิด จากเดิมที่พัฒนาที่ดินและสร้างอาคารก่อนแล้วจึงยัดการปฏิบัติการลงไป เป็นการเริ่มต้นศึกษาจากพฤติกรรมการเคลื่อนย้ายสินค้า ความเร็ว ความผันผวนของระบบงาน แล้วจึงออกแบบตัวอาคารครอบการปฏิบัติการจริง

หัวใจสำคัญของโครงการ OMEGA คือการผสาน 4 แกนหลัก ได้แก่ ทรัพย์สิน (Property), ระบบอัตโนมัติ (Automation), การปฏิบัติการ (Operation) และข้อมูล (Data) เข้ามาเป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน ภายใต้สถาปัตยกรรม 3 ชั้น ที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

ชั้นแรกคือระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) ความสูง 40 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางอาคาร เปลี่ยนพื้นที่แนวดิ่งให้เกิดความหนาแน่นสูงสุด เพิ่มความแม่นยำ และลดระยะทางการเคลื่อนย้ายภายใน ช่วยพลิกความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของที่ดินเมื่อเทียบกับคลังสินค้าทั่วไปที่มีความสูงเพียง 10-14 เมตร

ชั้นที่สองคือระบบหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ (Robotics & Autonomous Vehicles) ที่ควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้า ลดภาระงานซ้ำซ้อนของมนุษย์ และสร้างความต่อเนื่องในการทำงาน

ชั้นที่สามคือระบบปฏิบัติการ ALP OS ที่ทำหน้าที่เป็นสมองกลสั่งการ ควบคุมและประสานงานสต็อกสินค้า อุปกรณ์ และข้อมูลต่างๆ แบบเรียลไทม์ โดยระบบ ASRS ทำหน้าที่สร้างความหนาแน่น หุ่นยนต์รับผิดชอบการเคลื่อนที่ ขณะที่ ALP OS กำหนดทิศทางการทำงาน ส่งผลให้คลังสินค้าสามารถเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาพักผ่อน การหยุดงาน หรือการปรับขึ้นค่าแรง

ALP เปิดตัว “OMEGA 1 Bangna” สมาร์ทแวร์เฮาส์ใหญ่สุดในเอเชีย พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยด้วยระบบอัตโนมัติ 100%

โครงการ OMEGA 1 Bangna ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ ALP เคยสร้างมา โดยมีขนาดใหญ่กว่าโครงการเดิมในไต้หวันและมาเลเซียถึง 2 เท่า และใหญ่กว่าโครงการที่กำลังพัฒนาในสิงคโปร์ถึง 1 เท่าตัว ติดตั้งเครน ASRS ในพื้นที่บางนามากถึง 67 ตัว พร้อมรองรับยานยนต์ไร้คนขับ (AGV) ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันตัว มีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเครื่องจักรที่นำมาใช้เป็นมาตรฐานระดับเดียวกับผู้ผลิตชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจจาก TSMC ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จึงมั่นใจได้ในเสถียรภาพความต่อเนื่องของการทำงานระดับ 99.99%

การเปิดให้บริการจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส โดยเฟสที่ 1 จะเริ่มเปิดดำเนินการภายในสิ้นเดือนนี้ เฟสที่ 2 จะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า และเฟสที่ 3 จะพร้อมเปิดดำเนินการในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งโมเดลธุรกิจของ OMEGA 1 Bangna ออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของผู้ประกอบการที่ไม่จำเป็นต้องทุ่มงบลงทุนมหาศาล (CapEx) และไม่ต้องเสียเวลา 3-6 ปีในการวางแผนสร้างคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit แต่สามารถเข้าใช้งานได้ทันทีผ่านโมเดลการเช่าร่วม (Shared Infrastructure)

ผู้เช่าสามารถเลือกเช่าพื้นที่จัดเก็บ ASRS ตามจำนวนตำแหน่งพาเลทจริง (Pay-per-pallet) และเช่าพื้นที่ปฏิบัติการ (Handling Area) ตามตารางเมตรตามความต้องการ พร้อมเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (WMS) ผ่าน API ของ ALP OS ได้ภายในเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ จากเดิมที่ต้องใช้เวลานาน 3-6 เดือน ทั้งนี้ยังมีระบบ Digital Twin การจำลองการทำงาน การคาดการณ์ล่วงหน้า และแอปพลิเคชันมอนิเตอร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์คอยสนับสนุน

ชาลี ระบุถึงเหตุผลในการปักหมุดลงทุนในประเทศไทยว่า ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงงานส่วนใหญ่มีการนำระบบอัตโนมัติมาใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่วงการคลังสินค้าในไทยและระดับภูมิภาคยังคงพึ่งพาแรงงานเข้มข้นเป็นหลัก ท่ามกลางแนวโน้มภาวะเงินเฟ้อและการขาดแคลนแรงงานที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของโลก การเข้ามารุกตลาดไทยจึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ALP มีแผนการลงทุนระยะยาวในประเทศไทยต่อเนื่อง 20-40 ปี โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนาโครงการ OMEGA เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 ถึง 1.5 ปี โดยวางเป้าหมายที่จะขยายให้ครบ 5-10 แห่งในอนาคต เพื่อสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์อัจฉริยะที่แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตของภาคการค้า อุตสาหกรรมค้าปลีก FMCG ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ พร้อมตั้งเป้าผลักดันให้ OMEGA 1 Bangna กลายเป็นโมเดลความภาคภูมิใจของประเทศและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีโลจิสติกส์ยุคใหม่ในระดับสากล

JTEKT ฉลองครบรอบ 60 ปีในไทย ยกระดับฐานผลิตเอเชียแปซิฟิก ลุย EV และ Smart Manufacturing มุ่งสู่ Carbon Neutrality ปี 2035