บางจากฯ ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2568 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 260,474 ล้านบาท และ EBITDA 16,331 ล้านบาท แม้ตัวเลขจะปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังสะท้อนความสามารถในการรักษาสถานะทางธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจโลก พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยการติดอันดับในดัชนี SET50 และทะยานขึ้นสู่อันดับ 17 ใน Fortune Southeast Asia 500
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานปกติในกลุ่มธุรกิจหลักคือโรงกลั่นและการตลาด ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและการบูรณาการกับ บมจ.บางจาก ศรีราชา ที่เป็นไปอย่างราบรื่น
ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนผ่านการได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี SET50 อย่างต่อเนื่อง และได้รับการจัดอันดับที่ 17 จาก 500 บริษัทชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยนิตยสาร Fortune ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากอันดับ 24 ในปีก่อน
สรุปผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ (ครึ่งปีแรก 2568)
- กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน: มี EBITDA 1,399 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าจากค่าการกลั่น (GRM) ที่อ่อนตัวลง และรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Inventory Loss) 3,750 ล้านบาท อย่างไรก็ดี กำลังการผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 254,900 บาร์เรลต่อวัน
- กลุ่มธุรกิจการตลาด: มี EBITDA 3,022 ล้านบาท สามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไว้ได้ที่ระดับประมาณ 29% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
- กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด: มี EBITDA 1,881 ล้านบาท ลดลงจากการสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทย และการจำหน่ายโครงการในญี่ปุ่นเมื่อปีก่อน
- กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ: มี EBITDA 380 ล้านบาท ปรับลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบ (กากน้ำตาล) ที่สูงขึ้น และการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผน
- กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ: มี EBITDA 10,128 ล้านบาท ลดลง 23% จากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม OKEA ได้ปรับเพิ่มประมาณการการผลิตสำหรับปี 2568-2569
ภาพรวมไตรมาส 2 และสถานะการเงิน
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2568 กลุ่มบริษัทบางจากมีผลขาดทุนสุทธิ 2,560 ล้านบาท (ขาดทุนต่อหุ้น 1.86 บาท) โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบของ Inventory Loss และขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ตามการปรับลดลงของราคาน้ำมัน
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 310,702 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ 1.19 เท่า
อัปเดตเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นศรีราชา
บริษัทฯ รายงานว่าเหตุเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นศรีราชาเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยและสามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติภายใน 5 วัน จึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานโดยรวม
#บางจาก #BCP #ผลประกอบการ #งบการเงิน #หุ้นบางจาก







