ในการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings ณ ประเทศไทย ตัวแทนระดับสูงจากองค์กรการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลุ่มธนาคารโลก ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางรวันดา ร่วมกับกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัวกรอบความร่วมมือสากล Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services (พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ทนทานต่อการฉ้อโกง) เพื่อรับมือกับวิกฤตการฉ้อโกงและกลโกงดิจิทัลที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ระบุในสุนทรพจน์เปิดงานว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พัฒนาจากอีเมลลูกโซ่ในอดีตสู่ยุคเทคโนโลยี AI Deepfake กำลังสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจโลกสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 3% ของ GDP โลก เนื่องจากมิจฉาชีพทำงานเป็นเครือข่ายข้ามพรมแดน ตั้งแต่ถิ่นที่อยู่ของเหยื่อ ฐานปฏิบัติการของคนร้าย ไปจนถึงการโยกย้ายเงินผ่านประเทศที่สาม แต่มาตรการรับมือส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่เฉพาะภายในแต่ละประเทศ
Bangkok Blueprint (พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ) จึงถูกวางเป็นแนวทางเชิงนโยบายเพื่อสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน โดยขับเคลื่อนภายใต้ 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ การมองทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ดึงผู้ให้บริการโทรคมนาคมและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาร่วมรับผิดชอบกับภาคธนาคาร ทั้งการป้องกันและการกู้คืนเงินให้เหยื่อ, การออกแบบเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ, และความยืดหยุ่นที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงตามบริบททางกฎหมายของแต่ละชาติ
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยสถิติความเสียหายจากการฉ้อโกงทั่วโลกในปี 2025 ว่ามีมูลค่าสูงกว่า 4.42 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่มีสัดส่วนความสูญเสียสูงถึง 67% ของโลกในปี 2024 สำหรับประเทศไทย ความเสียหายลดลงอย่างต่อเนื่องจากกว่า 4.3 หมื่นล้านบาทในปี 2024 เหลือ 3.2 หมื่นล้านบาทในปี 2025 และในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ลดลงเหลือราว 9 พันล้านบาท สะท้อนความสำเร็จของการบังคับใช้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการดำเนินโครงการ “Connect the Dot” ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลข้ามหน่วยงานเพื่อตรวจจับกลโกงได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ Bangkok Blueprint กำหนดข้อพิจารณาสำคัญ 12 ประการ ครอบคลุม 5 เสาหลัก ได้แก่:
- การสร้างรากฐานทางกฎหมายและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน
- การเสริมสร้างวงจรบรรเทาปัญหา ตั้งแต่ออกแบบผลิตภัณฑ์ การตรวจจับ จนถึงการฟื้นฟูเยียวยา
- การใช้ประโยชน์จากกรอบการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายเดิม
- การขยายความร่วมมือแบ่งปันข้อมูลทั้งในประเทศและระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์
- การส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคและความรู้เท่าทันทางการเงิน
คริสตาลีนา จอร์เจียว่า กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เน้นย้ำว่า การฉ้อโกงดิจิทัลเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เพราะกำลังบั่นทอน “ความไว้วางใจ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) พร้อมยกตัวอย่างศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ของไทย ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมมือระหว่างตำรวจ ธนาคาร ค่ายมือถือ และหน่วยวิเคราะห์ AML จนสามารถลดความสูญเสียของเหยื่อได้มากกว่า 42%
ด้านตัวแทนระดับนานาชาติอย่าง แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการความมั่นคงทางการเงิน (FSB) ชี้ว่าต้องเร่งดึงบริษัทเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียเข้ามามีส่วนรับผิดชอบ ควบคู่กับการอุดช่องโหว่ในระบบชำระเงินข้ามพรมแดน
ขณะที่ อันชูลา กันต์ จากกลุ่มธนาคารโลก ระบุว่าสถาบันการเงินต้องก้าวข้ามจากระบบรู้จักลูกค้า (KYC) ไปสู่การรู้จักธุรกรรม (KYT: Know Your Transaction) แบบเรียลไทม์
ส่วน โซรายา มุนยานา ฮากูซิยาเรมเย ผู้ว่าการธนาคารกลางรวันดา สะท้อนบทเรียนจากแอฟริกาที่ต้องปกป้องประชากรกว่า 1 พันล้านบัญชีเงินมือถือ ผ่านระบบตรวจจับแบบรวมศูนย์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลความมั่นคงปลอดภัยแบบเรียลไทม์
ภาพประกอบจาก facebook/AM2026THAILAND
–IMF เตือนเศรษฐกิจโลกถึงขีดจำกัด คาดปี 2026 โต 3.1% ดอกเบี้ย-หนี้พุ่ง แนะคุมการคลัง




