“วิทัย” ชู “Bangkok Blueprint” สกัดภัยไซเบอร์โลก มั่นใจคุมเข้มการเงินตัดวงจรทุนเทาได้ผลชัด

"วิทัย" ชู "Bangkok Blueprint" สกัดภัยไซเบอร์โลก มั่นใจคุมเข้มการเงินตัดวงจรทุนเทาได้ผลชัด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) จัดทำเอกสารพิมพ์เขียวระดับนานาชาติ ภายใต้ชื่อ “Bangkok Blueprint” ซึ่งถือเป็นเปเปอร์หลักของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Annual Meetings) ณ ประเทศไทย เพื่อวางกรอบมาตรฐานสากล 12 ข้อในการรับมือภัยหลอกลวงทางการเงิน (Fraud & Scam) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Risk) มุ่งให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนำไปปรับใช้เป็นแนวทางตั้งต้นโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า รายงาน Bangkok Blueprint จะเป็นเอกสารอ้างอิงระดับโลกต่อเนื่องไปอีกหลายปี เพื่อช่วยประเทศที่มีปัญหาเผชิญเหตุสามารถสร้างระบบป้องกันได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน สถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ของ ธปท. ยังได้จัดทำบทสรุปเชิงลึก (Compendium) ศึกษาแนวปฏิบัติของ 4 ประเทศศูนย์กลางเศรษฐกิจในเอเชีย ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ พบว่าต่างมีแนวทางจัดการปัญหาคล้ายคลึงกัน ซึ่งภูมิภาคเอเชียถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากพบสถิติความเสียหายจากภัยหลอกลวงทางการเงินสูงถึง 67% ของมูลค่าความเสียหายทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย สถิติความเสียหายจากภัยหลอกลวงทางการเงินมีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปี 2024 ที่มีมูลค่าความเสียหายแตะ 43,000 ล้านบาท ลดลงเหลือระดับ 30,000 กว่าล้านบาทในปี 2025 และล่าสุดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ลดลงมาอยู่ที่ราว 9,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังคงต้องนำหลักการทั้ง 12 ข้อใน Bangkok Blueprint มาพัฒนาความพร้อมของระบบป้องกันในประเทศต่อไปอย่างต่อเนื่อง

"วิทัย" ชู "Bangkok Blueprint" สกัดภัยไซเบอร์โลก มั่นใจคุมเข้มการเงินตัดวงจรทุนเทาได้ผลชัด

วิทัย เน้นย้ำว่า การปราบปรามปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชันถือเป็น 1 ใน 4 ภารกิจโครงสร้างหลักที่ ธปท. ให้ความสำคัญ นอกเหนือจากการดูแลเสถียรภาพเงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อของ SME และค่าบริการทางการเงินที่เป็นธรรม โดยการจัดการเงินเทานี้มีความเชื่อมโยงกับหลักการของ Bangkok Blueprint โดยตรง ซึ่ง ธปท. ได้ดำเนินมาตรการอุดช่องโหว่ทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) อย่างเข้มงวดตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา

มาตรการสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การสกัดขบวนการเปิดบัญชีม้า การประกาศใช้เกณฑ์ Know Your Merchant (KYM) กำกับตัวแทนรับชำระเงินไม่ให้เชื่อมโยงเว็บพนันออนไลน์ การกำหนดเกณฑ์กำกับดูแลการถอนเงินสดมูลค่าเกิน 5 ล้านบาท การติดตามกระแสธุรกรรมต้องสงสัย รวมถึงการทำงานร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อสกัดการนำเงินสดแปลงสภาพไปเป็นทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง USDT

หัวใจสำคัญข้อหนึ่งของ Bangkok Blueprint คือการสร้างกลไกเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและระหว่างประเทศ เนื่องจากเส้นทางการเงินและต้นตอของอาชญากรรมไซเบอร์มักมีเครือข่ายข้ามพรมแดน แม้ ธปท. จะไม่มีอำนาจโดยตรงในการจับกุมหรือลงโทษผู้กระทำผิด แต่การใช้เครื่องมือกำกับเพื่อ “สร้างคอขวด” ทำให้ขั้นตอนการทำธุรกรรมมีความยากลำบาก ตั้งแต่การเปิดบัญชี การถอนเงินสด ไปจนถึงการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์อื่น ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ส่งผลลัพธ์ชัดเจน

จากการดำเนินมาตรการสร้างคอขวดอย่างเข้มงวดตลอด 12 เดือน ส่งผลให้ยอดการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทปรับลดลงอย่างมาก ขณะที่ยอดธุรกรรมการถอนเงินสดลดลงประมาณ 50% และยอดการถอนทองคำแท่งมูลค่าเกิน 2 ล้านบาทลดลงถึง 70% สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มอุปสรรคในระบบการเงินสามารถตัดวงจรและลดปริมาณธุรกรรมผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านภาพรวมการจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings วิทัย ระบุว่ากระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพหลัก โดย ธปท. มีบทบาทดูแลด้านเนื้อหาและการสื่อสาร ซึ่งภาพรวมการบริหารจัดการงานและการร่วมมือระหว่างหน่วยงาน รวมถึงความพร้อมของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้รับการประเมินและการตอบรับเชิงบวกอย่างมากจากผู้เข้าร่วมประชุมทั่วโลก

ภาพประกอบจาก facebook/AM2026THAILAND

–Bangkok Blueprint สกัดวิกฤตไซเบอร์สแกม กัดกร่อนศก. 1 ล้านล้านดอลลาร์ ยกไทยโมเดลลดความสูญเสียสำเร็จ