Centara Life Namba Hotel Osaka โรงแรมแบรนด์ไทยในเครือเซ็นทารา ถือเป็นตัวเลือกใหม่ที่ฉีกกฎโรงแรมญี่ปุ่นแบบเดิมๆ ด้วยการเน้นการออกแบบพื้นที่ด้วยสีสันสดใส บรรยากาศโปร่งโล่ง ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ในขณะที่ได้ราคาที่คุ้มค่า รีวิวนี้ Biztalk จะมาเล่าให้ฟังหลังได้มีโอกาสไปนอนพัก 3 คืนเต็มๆ
ห้องพัก 4 แบบ ตอบโจทย์ลูกค้าไลฟ์สไตล์หลากหลาย
Centara Life Namba Hotel Osaka มีห้องพักทั้งหมด 300 ห้อง แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่
- ห้อง Standard (ขนาด 12 ตารางเมตร): เป็นหนึ่งในขนาดห้องที่คนญี่ปุ่นค่อนข้างชอบ เพราะคนญี่ปุ่นจะเดินทางมาโอซาก้าในช่วงสุดสัปดาห์ และมักจะเดินทางด้วยกระเป๋าใบเล็กใบเดียว ทำให้ไม่ต้องพื้นที่สำหรับกางกระเป๋าเดินทางมากนัก ซึ่งในช่วงที่เราเดินทางไปนั้น ห้อง Standard ถูกจองเต็มทุกห้อง
- ห้อง Superior (ขนาด 15 ตารางเมตร): รูปแบบจะคล้ายกับห้อง Standard แต่มีพื้นที่รอบเตียงมากขึ้น กางกระเป๋าเดินทางได้
- ห้อง Deluxe (ขนาด 16 ตารางเมตร): ห้องพักสำหรับ 2 คนที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด มีการแยกโซนโต๊ะทำงานออกมาเป็นสัดส่วน
- ห้อง Family และ Deluxe Family (ขนาด 32-36 ตารางเมตร): ห้องพักขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว รองรับผู้เข้าพักได้สูงสุด 3+1 คน โดยห้อง Family จะตกแต่งด้วยพื้นที่นั่งเล่นห้อยขาในสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมเตียงนอน 2 เตียง และเตียงเสริม 2 ชั้น อีกทั้งยังเป็นห้องประเภทเดียวที่แยกห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และอ่างล้างหน้าออกจากกันอย่างชัดเจน ส่วน Deluxe จะต่างกันแค่ส่วนของพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นโต๊ะแบบสากล

ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ ภาพวาดหัวเตียงของแต่ละห้องจะได้รับการออกแบบแตกต่างกันไปถึง 5 รูปแบบ โดยนำสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้ามาใช้ เช่น ภาพย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ-นัมบะ หรือภาพเสือซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง
ความสบายแบบโรงแรมไทยในญี่ปุ่น
สิ่งที่ทำให้การพักผ่อนที่นี่โดดเด่นคือ “เตียงนอนและหมอนดูดวิญญาณ” ตามมาตรฐานของเครือเซ็นทารา ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบายพอดี ไม่ยุบตัวจนเกินไป ภายในห้องพักติดตั้งระบบไฟที่ปรับได้ 2 เฉดสี (โทนอุ่นและโทนขาว) มอบความสว่างที่สบายตา เหมาะทั้งการพักผ่อนและการนั่งทำงาน รรวมถึงปลั๊กไฟและช่องเสียบ USB มีให้เลือกใช้หลายจุดรอบห้อง
ระบบน้ำในห้องอาบน้ำมีความแรงและปรับอุณหภูมิได้ง่าย ฝักบัวมีปุ่มกดหยุดน้ำในตัวเพื่อความสะดวกขณะใช้งาน ชักโครกเป็นระบบอุ่นก้นอัตโนมัติตามมาตรฐานญี่ปุ่น ส่วนผลิตภัณฑ์สบู่ แชมพู และเจลล้างมือทั้งหมด เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศไทย

สำหรับสิ่งของเครื่องให้ที่ให้มาภายในห้อง ถือว่าได้ตามมาตรฐานโรงแรม ทั้ง แปรงสีฟัน ยาสีฟันแบบซอง หมวกอาบน้ำ ถุงใส่ขยะ ไดร์เป่าผม นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษสำหรับสุภาพสตรี โดยสามารถยืมเครื่องหนีบผมแบรนด์พรีเมียมอย่าง ReFa จากทางโรงแรมได้อีกด้วย
ภายในห้องยังมีน้ำแร่บรรจุขวดอะลูมิเนียมให้วันละ 2 ขวด ซึ่งสามารถนำไปเติมน้ำและพกพาไปใช้นะหว่างวันได้ง่ายเนื่องจากเก็บความเย็นได้ดี รวมถึง มีตู้เย็น ทีวี และตู้เซฟสำหรับเก็บของมีค่าส่วนตัว
ส่วนระบบเครื่องปรับอากาศและทีวีแม้รีโมทจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่มีสัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย ที่สำคัญเครื่องปรับอากาศรองรับการใช้งานทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว

พื้นที่ส่วนกลางครบครัน และ Sola Bar วิวพาโนรามา
บริเวณชั้นล่างของโรงแรมเป็นพื้นที่พักผ่อนและนั่งเล่นสำหรับผู้เข้าพัก มีบริการน้ำดื่ม กาแฟ ตู้แลกเงินอัตโนมัติ ตู้กดน้ำดื่ม ตู้กดน้ำแข็ง และห้องซักผ้าแบบหยอดเหรียญพร้อมเครื่องอบผ้าที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในญี่ปุ่น
สำหรับห้องอาหารบนชั้น 2 เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างอาหารนานาชาติ อาหารท้องถิ่นโอซาก้า (เช่น ของทอดเสียบไม้) และอาหารไทยรสชาติดั้งเดิม เช่น ต้มยำกุ้ง หรือผัดพริกขิง ซึ่งเมนูอาหารไทยจะสลับหมุนเวียนไปในแต่ละสัปดาห์
หากผู้เข้าพักตื่นไม่ทันรอบอาหารเช้า (ปิด 10.30 น.) ทางโรงแรมมีตู้หยอดเหรียญบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin และตู้จำหน่ายเครื่องดื่มคอยให้บริการ

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือ Sola Bar บนชั้นดาดฟ้า (Rooftop) เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 15.00 – 22.00 น. โดยมีค่าบริการเพิ่มเติมประมาณ 600 บาท ผู้เข้าพักสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองโอซาก้าในแบบ Panoramic View พร้อมบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวแบบไม่จำกัด (Self-service) ภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว

ทำเลเด่นใจกลางนัมบะ ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและตลาดสด
Centara Life Namba Hotel Osaka ตั้งอยู่บนถนนเส้นในที่แยกออกมาจากถนนหลัก ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ไม่มีเสียงรถรบกวน แต่ยังคงความสะดวกสบายในการเดินทางและหาของกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ตลาดสดท้องถิ่น: ห่างจากโรงแรมเพียง 50 เมตร มีอาหารทะเลสด ผลไม้ตามฤดูกาล และร้านข้าวหน้าปลาดิบต่างๆ
- ร้านสะดวกซื้อ: มี Lawson อยู่ห่างออกไปเพียง 20 เมตร และ 7-Eleven ในระยะไม่ถึง 100 เมตร
- แหล่งช้อปปิ้ง: เดินไปยังห้าง Namba Parks ได้ในเวลา 5-7 นาที และสามารถเดินต่อเนื่องไปยังย่านชินไซบาชิได้สะดวกผ่านทางเท้าที่กว้างขวาง
- สถานที่ท่องเที่ยว: ห่างจาก Tsutenkaku (Osaka Tower) ประมาณ 700 เมตร และห่างจากโรงแรมรุ่นพี่อย่าง Centara Grand เพียง 300 เมตร ทำให้สามารถเดินไปใช้บริการห้องอาหารหรูได้ง่าย
- การเดินทาง: อยู่ใกล้สถานีรถไฟ Imamiyaebisu และ Daikokucho สามารถเดินทางไป Universal Studios Japan (USJ) ได้ในเวลาเพียง 30 นาที (รวมเวลาเดินและต่อรถไฟ 2 ต่อ)
- ที่จอดรถ: มีพื้นที่สำหรับจอดรถ รองรับได้ 13 คัน โดย

สรุปความคุ้มค่า
ในช่วงเดือนพฤษภาคม อัตราค่าห้องพักเริ่มต้น (ขนาด 12 ตารางเมตร) อยู่ที่ประมาณไม่ถึง 2,000 บาทต่อคืน และขยับราคาขึ้นตามขนาดห้อง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ใช้สอยในทำเลใจกลางเมืองแล้ว ถือว่าคุ้มค่ากว่าโรงแรมในแถบโตเกียวเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง และต้องการความอุ่นใจจากการเข้าพักในโรงแรมเครือไทยที่สามารถสื่อสารและช่วยเหลือได้อย่างเป็นกันเอง




