‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ ชี้ AI คือ ‘ม้าโทรจัน’ ในเวอร์ชันโปร่งใส

‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ ชี้ AI คือ ‘ม้าโทรจัน’ ในเวอร์ชันโปร่งใส

คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับโลก ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในระหว่างการสัมภาษณ์เปิดตัวภาพยนตร์มหากาพย์เรื่องใหม่ “The Odyssey” โดยโนแลนได้เปรียบเทียบ AI กับกลยุทธ์สงครามคลาสสิกอย่าง “ม้าโทรจัน” (Trojan Horse) แต่เป็นม้าโทรจันในเวอร์ชันที่โปร่งใสจนผู้คนสามารถมองเห็นความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างชัดเจน

โนแลนระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาทรงอิทธิพลและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในตลาดวอลล์สตรีท โลกธุรกิจ และการลงทุน ทว่าในทางกลับกัน AI ก็เป็นเทคโนโลยีที่ถูกปฏิเสธและตั้งข้อสงสัยอย่างรุนแรงจากสาธารณชนในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความตื่นตัวต่อประเด็นนี้เป็นพิเศษ

ผู้กำกับชื่อดังกล่าวยืนยันว่า พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่แสดงออกบนโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงความเคลือบแคลงสงสัยที่มีต่อผลงานจาก AI อย่างเห็นได้ชัด โดยพวกเขามักจะเรียกวิดีโอหรือผลงานที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ว่า “ขยะ AI” (AI Slop) และจัดกลุ่มเทคโนโลยีนี้ไว้ในกล่องที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งโนแลนมองว่าปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นความกังขาที่ส่งผลดีต่อสังคม

โนแลน ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า แม้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มักจะมอบสิ่งที่เป็นประโยชน์และสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้แก่มนุษยชาติอยู่เสมอ แต่สังคมจำเป็นต้องมองเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง รวมถึงต้องตั้งคำถามและตรวจสอบแรงจูงใจของผู้พัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กันไปด้วย การมีความคิดเชิงวิพากษ์และไม่ยอมรับทุกสิ่งด้วยความเชื่อแบบหลับหูหลับตา จะช่วยให้มนุษย์สามารถดึงประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งการที่คนรุ่นใหม่แสดงความสงสัยและไม่ยอมรับ AI ในทันที ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ โนแลนยังระบุว่าความโปร่งใสของ “ม้าโทรจัน AI” ที่เปรียบเสมือนทำมาจากแก้วจนทุกคนมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนี้ กำลังเป็นสิ่งสะท้อนสำคัญว่าเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังมีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาที่มักจะสอดแทรกความขัดแย้ง ความจริงอันเป็นนิรันดร์ และการตั้งคำถามต่ออารยธรรมมนุษย์ผ่านโครงเรื่องที่มีความซับซ้อน

สำหรับประเด็นความท้าทายขั้นสุดในการถ่ายทำด้วยระบบ IMAX บนทะเลคลั่ง โนแลนยอมรับว่าการถ่ายทำ “The Odyssey” ท่ามกลางธรรมชาติโดยไม่ใช้ Green Screen ถือเป็นงานที่ยากลำบาก โดยเฉพาะการถ่ายทำบนเรือใบโบราณในทะเลที่มีคลื่นลมแรง ซึ่งเขาได้ร่วมงานกับทีมงานคู่ใจอย่าง โฮยเตอ ฟัน โฮยเตอมา (Hoyte van Hoytema) ผู้กำกับภาพ และนีล แอนเดรีย (Neil Andrea) ผู้ประสานงานทางทะเลที่เคยร่วมงานกันใน Dunkirk

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายที่สุดกลับไม่ใช่ฉากแอ็กชัน แต่เป็น “ฉากสนทนาที่เงียบสงบ” เนื่องจากกล้อง IMAX มีน้ำหนักมากถึง 300 ปอนด์และมีเสียงดัง ทีมงานจึงต้องสร้างระบบ Blimping System หรือกล่องเก็บเสียงไฮเทคที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับตู้เย็นเพื่อครอบตัวกล้องไว้ ส่งผลให้นักแสดงไม่สามารถสบตากันได้โดยตรง โนแลนจึงแก้ปัญหาด้วยการให้ทีมงานคิดค้นระบบกระจกเงา (Mirror System) เพื่อช่วยให้นักแสดงสามารถมองเห็นหน้าและสบตากันได้ในขณะแสดง

นอกจากนี้ ฟิล์ม IMAX สามารถถ่ายทำต่อเนื่องได้เพียงไม่ถึง 3 นาทีต่อม้วน ทำให้ในฉากดราม่ายาว ๆ ระหว่างนักแสดงนำอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland), แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway), แมตต์ เดมอน (Matt Damon) ทีมงานต้องหยุดเพื่อเปลี่ยนม้วนฟิล์ม ซึ่งโนแลนเปรียบเทียบการทำงานของทีมงานในจุดนี้ว่ามีความรวดเร็วและเป็นระบบเหมือนกับทีม Pit Stop ในการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (Formula 1) โดยสามารถลดเวลาเปลี่ยนฟิล์มจากเดิมที่เคยใช้เวลา 25 นาทีในยุค The Dark Knight เหลือเพียง 1 นาทีครึ่งเท่านั้น ซึ่งความกดดันนี้ช่วยให้นักแสดงและทีมงานทุกคนบนเซตโฟกัสกับงานได้อย่างเต็มที่

ภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/OdysseyMovie/

จับตา! Nvidia ผนึกบิ๊กเทค-รัฐบาลญี่ปุ่น ทุ่มสร้าง ‘โรงงาน AI แห่งชาติ’

Scroll to Top