กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อปากท้องพี่น้องประชาชนและภาคขนส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อสถานการณ์พลังงานโลกก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุด คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติครั้งสำคัญในการประชุมเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศให้สอดรับกับกลไกตลาดโลกที่บิดเบี้ยวจากสภาวะสงครามหรือความไม่สงบทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นทันที 3.50 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
เจาะลึกมติ กบน. ปรับลดเงินชดเชยดีเซลครั้งใหญ่
ในการประชุม กบน. วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาถึงความมั่นคงทางพลังงานและสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างละเอียด โดยมีมติปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล เพื่อลดภาระการแบกรับต้นทุนของกองทุนฯ ดังนี้:
- น้ำมันดีเซล B7: ปรับลดอัตราเงินชดเชยลง 3.51 บาทต่อลิตร (จากเดิมชดเชยอยู่ที่ 17.78 บาทต่อลิตร เหลือเพียง 14.27 บาทต่อลิตร)
- น้ำมันไบโอดีเซล B20: ปรับลดอัตราเงินชดเชยลง 3.48 บาทต่อลิตร (จากเดิมชดเชยอยู่ที่ 20.12 บาทต่อลิตร เหลือเพียง 16.64 บาทต่อลิตร)
การปรับลดอัตราเงินอุดหนุนในครั้งนี้ ส่งผลโดยตรงต่อ ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมัน ทั่วประเทศ โดยน้ำมันดีเซลทุกชนิดปรับขึ้นราคา 3.50 บาทต่อลิตร ซึ่งนับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดที่สร้างความกังวลใจให้กับภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง
ทำไมน้ำมันถึงแพง? วิเคราะห์วิกฤตราคาน้ำมันโลกทะลุ 292 เหรียญฯ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ กบน. ต้องตัดสินใจปรับลดการอุดหนุนและปล่อยให้ราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้นนั้น มาจากสถานการณ์ ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลก ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงจนแตะระดับ 292 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์
สภาวะเช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “ต้นทุนเนื้อน้ำมัน” หน้าโรงกลั่น หากภาครัฐยังคงฝืนตรึงราคาไว้ที่ระดับเดิมต่อไป อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และอาจลามไปถึงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว การปรับราคาครั้งนี้จึงเป็นการ “สร้างสมดุล” ระหว่างการดูแลค่าครองชีพประชาชน และการรักษาเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันฯ ให้ยังคงสามารถทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันวิกฤตในอนาคตได้
เช็กราคาน้ำมันวันนี้: PTT Station และ บางจาก ปรับราคายกแผง
ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ทั้ง PTT Station (ปตท.) และ บางจากฯ ได้ประกาศปรับราคาน้ำมันทุกชนิดอย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียดราคาขายปลีกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ดังนี้:
ตารางสรุปราคาน้ำมันใหม่ (หน่วย: บาท/ลิตร)
| ประเภทน้ำมัน | ราคาใหม่ (3 เม.ย. 69) | การเปลี่ยนแปลง |
| ดีเซล B7 (HSD B7) | 47.74 | +3.50 |
| ดีเซล B20 (HSD B20) | 42.74 | +3.50 |
| พรีเมียมดีเซล | 63.94 | +4.00 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 (GSH95) | 43.95 | +0.70 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 (GSH91) | 43.58 | +0.70 |
| E20 | 38.95 | +0.70 |
| E85 | 35.69 | +0.70 |
| เบนซิน (ULG) | 52.54 | +0.70 |
| พรีเมียม แก๊สโซฮอล์ 95 | 53.04 | คงเดิม |
หมายเหตุ: สำหรับบางจากฯ น้ำมันพรีเมียมตัวท็อปอย่าง Hi Premium 97 จะไม่มีการปรับราคาในรอบนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ของ ปตท. ที่ยังคงราคาเดิมเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค
วิเคราะห์ผลกระทบ: เมื่อดีเซลทะลุ 47 บาท เศรษฐกิจไทยจะไปทางไหน?
น้ำมันดีเซลคือ “เส้นเลือดใหญ่” ของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย การที่ราคาดีเซลปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 47.74 บาทต่อลิตร ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ (Domino Effect) ดังนี้:
- ค่าขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น: เมื่อต้นทุนเชื้อเพลิงของรถบรรทุกและรถขนส่งพุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าเซอร์วิสและค่าขนส่ง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาด
- ภาวะเงินเฟ้อ: ราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนการผลิตในหลายอุตสาหกรรมจะกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อขยับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนถีบตัวสูงตาม
- กำลังซื้อลดลง: เมื่อรายจ่ายด้านพลังงานและค่าอาหารเพิ่มขึ้น ประชาชนจะมีเงินเหลือเพื่อการจับจ่ายใช้สอยในด้านอื่นๆ น้อยลง ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมชะลอตัว
กบน. ได้ย้ำเตือนทิ้งท้ายว่า ในช่วงที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากเช่นนี้ “การใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด” คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในปัจจุบัน ภาครัฐยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมที่สุดในการประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตพลังงานโลกครั้งนี้ไปให้ได้
การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 3.50 บาทต่อลิตรในครั้งนี้ คือสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในปี 2569 ด้วยราคาน้ำมันโลกที่ยังไม่มีทีท่าจะอ่อนตัวลงต่ำกว่า 290 เหรียญฯ







