พลังงานรุดเช็กความปลอดภัยโรงบรรจุก๊าซสุพรรณฯ พร้อมดัน ‘Solar Home’ บ้านตะเพินคี่ ชุมชนต้นแบบพึ่งพาตนเอง

พลังงานตรวจโรงบรรจุก๊าซสุพรรณฯ ดัน Solar Home บ้านตะเพินคี่

กรมธุรกิจพลังงานลงพื้นที่คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยโรงบรรจุก๊าซหุงต้ม สร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน พร้อมติดตามความสำเร็จโครงการ Solar Home บ้านตะเพินคี่ โมเดลพลังงานสะอาดที่ช่วยชาวบ้านประหยัดค่าไฟกว่า 2 แสนบาทต่อปี

นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี นำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดิมบางประกอบพานิช โรงบรรจุก๊าซหุงต้มรายใหญ่ในเขตชุมชน ซึ่งเป็นตัวแทนค้าส่งของ OR โดยเน้นย้ำมาตรฐานความปลอดภัยในการจัดเก็บก๊าซปิโตรเลียมในถังเหนือพื้นดินรวมกว่า 44,827 ลิตร

คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัย 360 องศา

กรมธุรกิจพลังงานระบุว่า โรงบรรจุก๊าซในเขตชุมชนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ดังนี้:

โครงสร้างและระบบท่อ: รั้วกั้นต้องโปร่ง ระบบท่อต้องอยู่ภายในแนวรั้วเพื่อป้องกันอันตราย และต้องจัดเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อยหลังเสร็จสิ้นการถ่ายก๊าซ

การตรวจสอบตามวงรอบ: อุปกรณ์ ถัง และท่อต้องผ่านการตรวจสอบประจำปี และตรวจเช็กใหญ่ทุกๆ 5 ปี หากพบการใช้โมบายล์ปั๊มที่ไม่ถูกต้อง กรมฯ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ระบบระงับเหตุฉุกเฉิน: ต้องมีระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงและระบบเตือนภัยก๊าซรั่วที่พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแผนประสานงานหน่วยงานภายนอกหากเกิดเหตุวิกฤต

Solar Home บ้านตะเพินคี่: โมเดลพลังงานเพื่อคุณภาพชีวิต

นอกจากมิติความปลอดภัย พลังงานจังหวัดสุพรรณบุรียังโชว์ความสำเร็จของโครงการ ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อบ้านพักอาศัย (Solar Home) ณ บ้านตะเพินคี่ ต.วังยาว อ.ด่านช้าง ซึ่งเป็นชุมชนชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติพุเตยที่สายส่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

โครงการนี้ใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานกว่า 2.8 ล้านบาท ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 500 วัตต์ ให้กับ 58 ครัวเรือน ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนความคุ้มค่าในหลายมิติ:

ลดภาระค่าใช้จ่าย: ช่วยชาวบ้านประหยัดค่าไฟรวมกว่า 208,800 บาทต่อปี

ประหยัดงบรัฐ: ลดงบประมาณการขยายสายส่งไฟฟ้าได้สูงถึง 6.5 ล้านบาท

สิ่งแวดล้อม: เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเฉลี่ย 4.5 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อปี

สร้างอาชีพ เสริมรายได้ด้วยพลังงานสะอาด

นายวสันต์ งามยิ่ง ผู้ใหญ่บ้านบ้านตะเพินคี่ เผยว่าโซลาร์เซลล์ไม่เพียงให้แสงสว่างเพื่อการศึกษาของเยาวชน แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการคั่วกาแฟเพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาพักแรมในอุทยานฯ นับเป็นการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนจากการมีไฟฟ้าใช้อย่างยั่งยืน

Scroll to Top